xs
xsm
sm
md
lg

“ทักษิณ” สรุปบทเรียน คนแก่อยู่บ้านเงียบๆ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ทักษิณ ชินวัตร
เมืองไทย 360 องศา

วันนี้(11พฤษาภาคม) หากไม่มีอะไรผิดพลาด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษและกลับมาบ้านตามมาตรการ “ควบคุมความประพฤติ” หลังจากได้รับโทษครบตามเงื่อนไขทุกอย่างแล้ว อย่างไรก็ดี มีคำถามและข้อสงสัยตามมาอีกว่า ในที่สุดแล้วเขาจะใช้ชีวิตในบั้นปลายแบบไหนกันแน่ หรือว่ายังทำตัวแบบเดิม นั่นคือ ยังยุ่งเกี่ยวการเมือง และการจัดการกับ “พรรคเพื่อไทย” เช่นเดิมอีกหรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 68 นายทักษิณ ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกคำสั่งบังคับโทษตามคำพิพากษาเป็นเวลา 1 ปี กรณีออกไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 หลังจากนั้นเขาได้ถูกนำตัวเข้าเรือนจำ และถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมมาตั้งแต่นั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อ นายทักษิณ ได้ถูกคุมขังไประยะหนึ่งและเข้าเงื่อนไขที่สามารถได้รับการพักโทษ ให้กลับมาถูกควบคุมตัวที่บ้านพัก โดยยังต้องติดกำไลข้อเท้า ไปจนกว่าจะครบกำหนดโทษ

ก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงกรณีมีการคัดค้านการพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่ามี การอ้างข้อกฎหมายผิดพลาด และบิดเบือนคำสั่งศาลฎีกาฯ

โดยกรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่านายทักษิณฯ อยู่ในขบวนการ บังคับโทษโดยมิชอบ หรือมีลักษณะเป็นผู้กระทำผิดวินัย ระหว่างต้องขังนั้น การพิจารณาคุณสมบัติในการ พักการลงโทษต้องอาศัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานะทางคดีตามที่ปรากฏโดยชัดแจ้งตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล รวมถึงข้อมูลทางราชทัณฑ์ที่เป็นทางการ โดยปัจจุบันยังมิได้ปรากฏว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือคำสั่งใดที่วินิจฉัยว่า นายทักษิณฯได้กระทำผิดวินัย หรือกระทำความผิดอาญาระหว่างถูกควบคุมตัว อันจะเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการพักการลงโทษ

จากมติที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษประจำเรือนจำ และเอกสาร ประกอบการพิจารณาพักการลงโทษของนายทักษิณฯ ไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการผิดวินัย ดังนั้น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาแล้ว จึงมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๕๖๐ กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.๒๕๖๒ และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๔

ทั้งนี้ ประเด็นตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างถึง “ซึ่งผู้ผิดวินัยจะไม่ได้รับการพักโทษตามลักษณะต้องห้ามในการนำตัวออกไปกักขังนอกเรือนจำ ตามประกาศกรมราชทัณฑ์ ข้อ ๓ (๒) (ข) และ (ค) คือ มีประวัติกระทำผิดวินัย หรือเคยกระทำผิดเงื่อนไขหรือผิดอาญาระหว่างถูกคุมขังในสถานที่อื่น” ซึ่งประกาศกรมราชทัณฑ์ดังกล่าว เป็นประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะ ต้องห้าม และวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับ การคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.๒๕๖๖ พ.ศ. ๒๕๖๘ นั้น มิได้เป็นข้อกฎหมายในการพิจารณาพักการ ลงโทษแต่อย่างใด

กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การพิจารณาพักการลงโทษในครั้งนี้ มิได้มีการเอื้อประโยชน์แก่บุคคล หนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยยึดถือพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ที่ผ่านมา ครอบครัวของ นายทักษิณที่มีทั้งลูกๆ หลานๆ ได้ทยอยเข้าเยี่ยมที่เรือนจำเป็นระยะ โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พวกเขาที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” (สามี) , นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ “โอ๊ค” , น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ “ติ๊ก” (ภรรยา) , น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ “เอม” และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ หรือ “พงศ์” (สามี) เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงมารอให้กำลังใจ โดยเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้าย (ครั้งที่ 61) พร้อมกับ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ

ทั้งนี้ นายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป

น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่11 พ.ค. ก็เดินทางมารับกลับบ้านแล้ว ซึ่งคุณพ่อถูกคุมขัง 241 วัน หรือเขานับของเขาเอง 243 วันครึ่งตามกระบวนการ ส่วนเส้นทางการเมืองหลังจากพักโทษนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องการเมืองแต่คุยกันเรื่องชีวิตและคุยเรื่องลูกหลานเท่านั้น

เมื่อถามเรื่องกำไล EM มีลุ้นไม่ต้องใส่ก็ได้ และยื่นคำร้องต่อกรมคุมประพฤตินั้น น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นตามกระบวนการ จริงแล้วไม่อยากให้เป็นประเด็นอะไร ถ้าให้ใส่กำไล EM ก็ต้องใส่ ไม่อยากมีปัญหาอะไร

ถามต่อว่าจนขณะนี้ ยังมีผู้เห็นต่างมายื่นคัดค้านพักโทษนายทักษิณ จะร้อง ม.157 กับเจ้าหน้าที่รัฐ น.ส.แพทองธาร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ก็ให้ทำตามสิทธิ์ไป

แน่นอนว่ามาจนถึงนาทีนี้แล้ว คงไม่มีอะไรผิดพลาด และ นายทักษิณ ชินวัตร คงจะได้รับการ “พักโทษ” ออกมาในวันนี้(11 พฤษภาคม) ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว แต่คำถามก็คือ หลังจากนี้เขาจะใช้ชีวิตแบบไหน จะใช้ชีวิตบั้นปลายหลังจากครบกำหนดพ้นโทษออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์ โดยอยู่กับครอบครัวและเลี้ยงหลานเงียบๆ เหมือนกับผู้สูงอายุทั่วไป หลายคนยังสงสัยอยู่ว่า คนอย่างเขาจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาแบบนั้นได้หรือ เพราะที่ผ่านมาเขามักทำตัวในสิ่งตรงข้ามเสมอ นั่นคือ “พูดอย่าง ทำอย่าง” และที่สำคัญสิ่งที่ทำสวนทางนี่แหละทำให้เขาพลาด เหมือนกับที่ต้องกลับเข้าเรือนจำ จนกระทั่งถึงวันพักโทษนี่แหละ

เพราะหากย้อนกลับไปในตอนนั้น หากเขาทำตามคำถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ยอมติดคุกที่เหลือเพียงแค่ 1 ปี ไม่ใช่ตุกติกไป “นอนที่ชั้น 14” จนถูกมองเป็น “อภิสิทธิ์ชน” หรือก่อนหน้านั้น แสดงพาวเวอร์ “กร่าง” แสดงพลังทางการเมืองสารพัด จนสร้างกระแสตีกลับ อีกทั้งเพราะกระแส “ตกยุค” โดยที่เขาไม่เคยสำเหนียก ทุกอย่างจึงดำดิ่ง และส่งผลกระทบมาถึงพรรคเพื่อไทยในตอนนั้นด้วย

ดังนั้นหลังจากนี้หาก นายทักษิณ ชินวัตร รู้จักสรุปบทเรียน รู้จักเคารพกฎเกณฑ์ ไม่ฝ่าฝืน เพราะหากสังเกตจะเห็นว่าเมื่อใดที่เขา “แหกกฎ” เขาก็จะพลาด พบกับผลลบ แม้ว่าในระยะแรกจะทำได้ แต่หากย้อนดูอดีตกลับไป สิ่งเหล่านั้นจะกลายมาหลอกหลอน ทำร้ายเขาและครอบครัวตลอดไป คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน หวังว่าน่าจะสรุปบทเรียนแล้วใช้ชีวิตบั้นปลายเงียบ ทำใจให้ได้ว่า หมดยุคสมัยของพวกเขาแล้ว แต่หากยังคิดไม่ได้ “ปลงไม่ตก” ก็เชิญตามสบาย!!