สุรินทร์- เมียกินไม่ได้นอนไม่หลับ สามีไปหาของป่าชายแดน ถูกทหารเขมรจับตัวหายไป 15 วัน ไม่ทราบชะตากรรม แจ้งความตำรวจแต่กลับเงียบหาย ล่าสุดทหารไทย เร่งประสานทหารกัมพูชาขอความร่วมมือช่วยเหลือส่งตัวกลับ พบถูกควบบคุมตัวไว้ อ.สำโรง จ.อุดรมีชัยรอขึ้นศาลกัมพูชา ขณะเมียพร้อมญาติพี่น้องจุดธูปไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยอีกทาง ให้ได้กลับมาบ้านอย่างปลอดภัย
วันนี้ (10 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี เพจดัง“อ้อ ไพรัช ”และ “กว่าจะถึงบางอ้อ” โพสต์ว่า มีชายไทยชาว จ.สุรินทร์ เข้าไปหาของป่าในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยสำเริง เยื้องๆ กับผามะนาวใกล้กับหมู่บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.69 จนถึงวันนี้เป็นวันที่ 15 แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งๆ ที่ครอบครัวได้ไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.โกวิทย์ ทองแผ่นพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิงไว้แล้ว โดยพบเพียงรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขกต. สุรินทร์ 772 ยี่ห้อ ยามาห้า รุ่น Spark จอดไว้ชายป่าห้วยสำเริง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง นั้น
ล่าสุดวันนี้ เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 70 ม.7 ต.กันตวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของชายไทยที่หายตัวไปดังกล่าว ทราบชื่อ คือ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับครอบครัว
นางสาวกรรณิกา หอมขจร อายุ 47 ปี ภรรยา ของ นายโยชน์ สายน้อย ที่หายตัวไป กล่าวว่า สามีออกไปตอนเย็นวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.69 คนเดียว ตอนนั้นบ้านเราฝนตกแกบอกว่าจะไปจับอึ่ง และวันอาทิตย์ จะหาเก็บดอกกระเจียวเสร็จแล้วจะกลับมา จากนั้นคืนที่สองก็ถือปกติ แต่พอหายไปเป็นคืนที่สาม ถือว่าไม่ปกติแล้ว วันที่ 29 เม.ย.ตนจึงไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.กาบเชิง และเงียบหายไปไม่มีอะไรคืบหน้าหรือติดต่อกลับมา ตนรอจนได้ข้อมูลมาจากผุ้ใหญ่บ้านถนนชัย บอกว่า สามีถูกทหารกัมพูชาจับไปแล้ว ตนถามไปว่าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม แกบอกว่าค่อนข้างร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่เขาแจ้งรูปพรรณสันฐานมา เข้าป่าไปบริเวณบ้านโนงทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง ซึ่งเขาเคยไปอยู่แล้ว
นางสาวกรรณิกา กล่าวต่อว่า วันนี้มีนายอำเภอกาบเชิงและนายทหารมาหาตนที่บ้าน หลังจากเพจ อ้อไพรัช ลงคลิปคนหาย นายอำเภอกาบเชิงบอกไม่รู้เรื่องเลย ทำไมตำรวจไม่ตามเรื่องให้เรา ตนก็มีใบแจ้งความ 15 วันแล้วที่หายไป หลังจากเข้าป่าก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย ตำรวจก็ไม่ได้ติดต่อมา ตนไม่รู้จะพึ่งใคร ไม่รู้จะไปหายังไง จึงพึ่งเพจอ้อ ไพรัช และก็ไม่รู้ว่าถูกจับจริงหรือไม่ ไม่มีข้อมูลอะไรชัดเจน ซึ่งวันนี้ทางทหารมาบอกว่า สามีถูกจับตัวไปจริง ตอนนี้ส่งตัวไปไกลแล้ว หากตำรวจได้แจ้งให้ทางกองทัพรู้ตั้งแต่แรก ในวันที่เราไปแจ้งความ ก็อาจประสานงานช่วยตัวกลับมาได้ทัน แต่ทางตำรวจไม่ประสานงานให้เรา ซึ่งตอนนี้ทางกองทัพกำลังประสานอยู่ ตอนนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สำโรง จ.อุดรมีชัย รอขึ้นศาล เขาบอกว่าสามีล้ำพื้นที่เขา
“ทางทหารก็ชี้แจงให้เราสบายใจว่าปลอดภัยดี แต่ถูกจับตัวไปแน่นอน และมีรูปให้ดูด้วย ว่าสามีปลอดภัย ตอนนี้กังวลมากกินไม่ได้นอนไม่หลับ ได้แต่รอข่าว ทำอะไรไม่ได้ รอก็ต้องรอ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยให้สามีได้กลับมาหาครอบครัว” นางสาวกรรณิกา กล่าว
หลังจากนั้น นาวสาวพรรณิกา พร้อมครอบครัวและญาติพี่น้อง ได้พากันจุดธูป กราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้สามีได้กลับมาบ้านอย่างปลอดภัยอีกด้วย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทาง กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) กองทัพภาคที่ 2 โดย พล.ต.บุญเสริม บุญบำรุง ผบ.กกล.สุรนารี ได้รับเรื่องแล้วและยืนยันว่าทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยไปจริง โดยอยู่ระหว่างประสานกับทหารกัมพูชา เพื่อขอความร่วมมือในการส่งตัวกลับ อยู่ในขณะนี้หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรยางานว่าเพิ่มเติมว่า อินฟูลชื่อดังและประชาชนต่างตั้งข้อสังเกตุว่า พื้นที่ ที่นายโยชน์ ถูกจับตัว อยู่ในพื้นที่ป่าของไทยหรือไม่ หากอยู่ในพื้นที่ป่าของไทย ทำไมทหารกัมพูชาจึงสามารถข้ามแดนเข้ามาจับตัวคนไทยในป่าฝั่งไทยได้ หรือว่านายโยชน์ เดินหลงเข้าไปในป่าฝั่งกัมพูชาเอง และหากทหารกัมพูชาสามารถข้ามแดนมายังป่าฝั่งไทยได้ ก็มีโอกาสและมีความเสี่ยงสูง ที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้ และต่างเรียกร้องให้กองทัพออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวให้ชัดเจน
ทั้งนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายโยชน์ ได้เดินพลัดหลงข้ามไปจนถึงฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชา ก่อนถูกจับตัว ซึ่งต้องรอให้ทางกองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 2 ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงอีกครั้ง

