ศูนย์ข่าวศราชา –ตำรวจชลบุรี ไม่ตัดประเด็นก่อการร้าย -วินาศกรรม กรณีชาวจีนครอบครองอาวุธปืน-วัตถุระเบิดในเมืองพัทยา ยันผู้ต้องหาอ้างป่วยจิตไม่ใช่เหตุละเว้นการดำเนินคดี ชี้ครอบครองอาวุธร้ายแรงและวัตถุระเบิดเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะ จ. ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ ( 10 พ.ค.)พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าการจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวจีนในข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ณ ห้องประชุมชั้น 2 สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี
โดย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ เผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและจัดหาอาวุธให้ผู้ต้องหาได้บางส่วนแล้ว ส่วนประเด็นวัตถุระเบิด กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลทางเทคนิคและตรวจสอบความเชื่อมโยงเพิ่มเติม รวมถึงบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องทั้งในและนอกหน่วยงานรัฐโดยไม่ตัดประเด็นเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรม การก่อการร้าย หรือความเชื่อมโยงกับองค์กรที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพฤติกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ยังระบุถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตหรือภาวะซึมเศร้าว่า ไม่ใช่เหตุให้ละเว้นการดำเนินคดี เนื่องจากการครอบครองอาวุธร้ายแรงและวัตถุระเบิด ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะใน จ. ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
ขณะที่ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เผยว่าขณะนี้หลายหน่วยงานได้บูรณาการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายสืบสวน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อเร่งตรวจสอบที่มาของอาวุธ วัตถุระเบิด และเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าประเทศ การพำนัก และแหล่งรายได้ของผู้ต้องหา โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญหรือขบวนการอื่นอย่างชัดเจน แต่ทุกประเด็นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ ยังขอความร่วมมือประชาชนหากมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที โดยตำรวจพร้อมคุ้มครองพยาน และจะนำข้อมูลทุกด้านมาวิเคราะห์ประกอบสำนวนคดี
สำหรับกรณีที่มีข่าวลือเกี่ยวกับบัตรแสดงตนหรือเอกสารราชการปลอม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ยังไม่พบข้อมูลตามที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ พร้อมขอให้ประชาชนระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในสังคม ทั้งนี้ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของผู้ครอบครองอาวุธ ผู้สนับสนุน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทุกด้านอย่างเด็ดขาด

