รมว.มหาดไทยมาเลเซีย ลงพื้นที่โครงการรถไฟ RTS Link สถานีบูกิตชาการ์ ประเทศมาเลเซีย ดูความพร้อมศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองแห่งใหม่ บูรณาการระหว่างมาเลเซีย-สิงคโปร์ ผู้โดยสารตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเพียงครั้งเดียวก่อนขึ้นรถไฟ พร้อมออกกฎหมายรองรับการปฎิบัติงานของทั้งสองประเทศ
วันนี้ (10 พ.ค.) ความคืบหน้าโครงการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนด่วนพิเศษ RTS Link (Rapid Transit System) ระหว่างสถานีบูกิตชาการ์ รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย กับสถานีวู้ดแลนด์นอร์ท ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 ม.ค. 2570 มีความคืบหน้าตามลำดับ ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายไซฟุดดิน นาซูติออน อิสมาอิล รมว.มหาดไทยมาเลเซีย ลงพื้นที่สถานีบูกิตชาการ์ และศูนย์ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และกักกันโรค (ICQ) แห่งใหม่
โดยความพร้อมในการปฏิบัติงานที่ศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองบูกิตชาการ์แห่งใหม่ ประกอบด้วย การติดตั้งช่องทางประตูอัตโนมัติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียครบทั้ง 100 ช่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบและใช้งาน การส่งมอบและติดตั้งระบบตรวจคัดกรองความปลอดภัย รวมถึงเครื่องสแกนร่างกายแบบเดินผ่าน 10 เครื่อง และเครื่องสแกนสัมภาระ 18 เครื่อง พร้อมเทคโนโลยีระบบตรวจจับภัยคุกคามอัตโนมัติ (Auto Threat Detection System) อีกทั้งการก่อสร้างพื้นที่สำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับหน่วยงานของมาเลเซียแล้วเสร็จ รวมถึงสำนักงานควบคุมและป้องกันชายแดนมาเลเซีย (AKPS) กรมตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากรมาเลเซีย ตำรวจมาเลเซีย กระทรวงสาธารณสุขและบริการเภสัชกรรม
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับด่านตรวจคนเข้าเมืองบูกิตชาการ์แห่งใหม่ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างทางการมาเลเซีย กับทางการสิงคโปร์ ที่จะดำเนินการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรร่วมกัน ผู้โดยสารที่จะเข้าประเทศสิงคโปร์ สามารถทำพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ที่สถานีบูกิตชาการ์เพียงครั้งเดียวก่อนขึ้นรถไฟ เมื่อถึงสถานีวู้ดแลนด์นอร์ธ ผู้โดยสารสามารถออกจากสถานีได้ทันทีโดยไม่ต้องทำพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรอีก ในทางกลับกัน ผู้โดยสารที่จะเข้าประเทศมาเลเซีย สามารถทำพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรที่สถานีวู้ดแลนด์นอร์ธ ประเทศสิงคโปร์ ก่อนขึ้นรถไฟเพียงครั้งเดียวเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 พ.ค. รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านร่างกฎหมายทางรถไฟข้ามพรมแดน (การจัดตั้งจุดควบคุมชายแดนร่วม) สาระสำคัญคืออนุญาตให้จัดตั้งหน่วยงานศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และกักกันโรคของทั้งสองประเทศไว้ในสถานีเดียวกัน นอกจากจะรองรับรถไฟ RTS Link แล้ว ยังรวมถึงทางรถไฟข้ามพรมแดนในอนาคต ที่มีการตั้งหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรร่วมกันทั้งสองประเทศ หากมีการจัดทำข้อตกลงดังกล่าว
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าว ยังรวมถึงบทบัญญัติสำหรับการจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนรางรถไฟ ขณะเดินรถระหว่างประเทศด้วย โดยกำหนดเขตความรับผิดชอบระหว่างเสาตอม่อที่ 1-47 เป็นของมาเลเซีย และเสาตอม่อที่ 48 เป็นต้นไป เป็นของสิงคโปร์ หากขัดข้องระหว่างกัน จะใช้ส่วนหัวของรถไฟเป็นจุดสังเกต อีกทั้งยังจะมีอำนาจศาลอาญาร่วมกันในการพิจารณาคดีอาญาที่เกิดขึ้นบนรถไฟที่กำลังเดินรถอีกด้วย
สำหรับโครงการรถไฟ RTS Link รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 10,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง โดยใช้เวลาเดินทาง 6 นาที

