xs
xsm
sm
md
lg

สีหศักดิ์ จ่อทบทวนฟรีวีซ่า รับอาจลดเหลือ 30 วัน ตำรวจขยายผลจีนเทา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ขยายผลจับจีนเทาพร้อมคลังอาวุธ สาวไส้ตำรวจพัวพันขายปืนหลายทอด ร้อนถึงรัฐบาลจ่อทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า อาจลดเหลือ 30 วันเพื่อสกัดภัยความมั่นคง

จากกรณีที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี จับกุมชายชาวจีน และสืบสวนจนไปพบคลังอาวุธสงครามร้ายแรงจำนวนมากที่บ้านพัก ในเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า น่าเป็นห่วง แต่ต้องขอไปดูผลการสอบสวนก่อน และยิ่งอยู่ในมือของชาวต่างชาติไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร จึงจะต้องไปดูขั้นตอนการเข้าเมืองของเรา จะต้องดีกว่านี้ เพราะประเทศไทยเป็นสังคมเปิด มีคนมาท่องเที่ยว และอยากให้คนเข้ามาทำธุรกิจ แต่ก็ต้องระวังเรื่องวีซาทั้งหลาย บางครั้งเข้ามาโดยอ้างว่าเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาโดยฟรีวีซา 60 วัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ โดยคณะกรรมการวีซากำลังพิจารณาเสนอจาก 60 วัน ลดเหลือ 30 วัน และต้องดูว่าวีซาแต่ละประเภทรัดกุมเพียงพอหรือเปล่า

สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบขยายผลนั้น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 , พล.ต.ต.ทินกร สมวันดี ผบก.อก.บช.น. ตรวจสอบพบว่า อาวุธปืนที่หนุ่มจีนซื้อมาดังกล่าว เป็นของข้าราชการ ตำแหน่ง รอง สวป.สน.สายไหม แต่ถูกนำไปจำนำให้เพื่อน สมัยทำงานอยู่ที่ กก.สส.บก.น.2 ปี 54 แล้วถูกนำขายต่อไปยังตำรวจ สน.เตาปูน แล้วถูกนำไปขายต่อให้ตำรวจฝ่ายอำนวยการ บช.น. และขายต่อให้ รองสว.อก.สน.ห้วยขวาง ที่ถูกออกจากราชการและถูกจำคุกคดีเจ้าพนักงานรับสินบนบุหรี่ไฟฟ้า มาแล้ว 3 ปีกว่า เป็นมือสุดท้าย
ทั้งหมดเปลี่ยนผู้ถือครองมาแล้ว 4 ต่อ โดย น.ส.แพรว อดีตภรรยานายเฉิน ผู้ต้องหาชาวจีน เคยเป็นแฟนเก่าของนายตำรวจดังกล่าว นายเฉิน อยากได้ปืน จึงติดต่อซื้อขายในราคา 100,000 บาท ทั้งนี้ ตำรวจ บก.น.2 ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทำการสอบปากคำกรณีดังกล่าว นอกจากนี้ ทาง บก.น.2 และ บก.อก.บช.น. สั่งการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้ทราบรายงานที่ว่ามีข้าราชการสังกัดกองทัพเรือมากกว่า 1 นาย เข้าข่ายไปมีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการนำกำลังพลที่ถูกพาดพิง เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน กองทัพเรือขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นกำลังพลในสังกัดหรือไม่ หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน