xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” ปัดอ่อนข้อกัมพูชา แจงคุย “ฮุน มาเนต” ยกเลิก MOU44 เป็นทางการ ลั่นเกาะกูดของไทย 100% ซัดนั่งเทียนเขียนข่าวปั่นแตกแยก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กแจงผลหารือนอกรอบกับ “ฮุน มาเนต” ที่ฟิลิปปินส์ ยืนยันไทยแจ้งยกเลิก MOU 44 ต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อลดข้อกังขาเรื่องอธิปไตยเหนือเกาะกูด ระบุอีกฝ่ายผิดหวังเล็กน้อยและเตรียมใช้กลไก UNCLOS แทน พร้อมโต้กระแสข่าวเปิดด่าน-ยอมอ่อนข้อ ชี้เป็นการนั่งเทียนสร้างความแตกแยก

วันนี้ (8 พ.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Anutin Charnvirakul ชี้แจงกรณีการหารือทวิภาคีกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นอกรอบการประชุมผู้นำอาเซียน ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยยืนยันว่า รัฐบาลไทยได้แจ้งยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU 44 ต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการแล้ว

นายอนุทินระบุว่า การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นจากการประสานงานของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ โดยไทยได้ใช้โอกาสนี้แจ้งต่อผู้นำกัมพูชาโดยตรงว่า รัฐบาลไทยมีมติยกเลิก MOU 44 เรียบร้อยแล้ว เพื่อยุติความคลางแคลงใจของประชาชนเกี่ยวกับประเด็นอธิปไตยเหนือเกาะกูด

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ฝ่ายกัมพูชารับทราบเรื่องดังกล่าวด้วยความผิดหวังเล็กน้อย และเตรียมหันไปใช้กระบวนการ “ประนอมภาคบังคับ” ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS แทน

“เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงใจ พี่น้องประชาชนสบายใจได้เลยว่า เกาะกูดเป็นของประเทศไทยครับ” นายอนุทินระบุ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวว่า การที่กัมพูชาเข้าเป็นภาคี UNCLOS เมื่อต้นปี 2569 ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะจะทำให้ทั้งสองประเทศใช้มาตรฐานกฎหมายสากลเดียวกันในการเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

ส่วนประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ร่วมมือกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยให้ตำรวจของทั้งสองประเทศประสานงานใกล้ชิดมากขึ้น ขณะที่ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะมีการหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือ และส่งเจ้าหน้าที่กลับไปปฏิบัติงานในสถานทูตตามปกติ หลังเว้นช่วงมาระยะหนึ่ง

ในช่วงท้าย นายอนุทินยังตำหนิกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับการหารือครั้งนี้ โดยเฉพาะประเด็นการเปิดด่าน หรือการยอมอ่อนข้อให้กัมพูชา พร้อมยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่เกิดจากการนั่งเทียนเขียนข่าว เพื่อสร้างความเกลียดชังและความแตกแยกในสังคม

นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายว่า ตนติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ