xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ระดมชื่อยื่นศาลคว่ำ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 'โสภณ' วอนรัฐบาลอย่าลดงบสภาอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปชป. เดินหน้าชนรัฐบาล ระดมเสียงฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญล้ม พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ไม่ใช่วิกฤตฉุกเฉิน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประธานสภาวอนอย่าตัดงบประมาณเพิ่ม

การเมืองไทยเริ่มต้นเดือนพฤษภาคมด้วยความเร้าใจ ภายหลังคณะรัฐมนตรีมติเห็นชอบในการตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงาน ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคฝ่ายค้านที่มีส.ส.ในมือเพียง 21 คน สถาปนาตัวเองเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมรายชื่อส.ส.เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการตราพระราชกำหนดดังกล่าว

ในเรื่องนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคมีมติเห็นตรงกันว่า การออกพระราชกำหนดครั้งนี้ ไม่น่าจะชอบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติว่าเราจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้อง การใช้อำนาจโดยรัฐบาล ในการที่จะออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้ ตามกฎหมาย ได้เปิดช่อง มีความยืดหยุ่นไว้ให้กับฝ่ายบริหาร ว่าในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินจริง ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูในอดีต จะมีการออกพระราชกำหนดกู้เงินล้วนเป็นวิกฤตระดับมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงต่อประเทศชาติทั้งสิ้น เช่น ปี 2541 ตอนที่มีการออกพระราชกำหนดสืบเนื่องมาจากประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ในวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2552 เพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือปี 2565 กู้เงินเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตโควิด จะเห็นว่าในแต่ละครั้ง มีสภาวะวิกฤตที่มีผลทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีติดลบทุกครั้ง ในแต่ละครั้งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจากช่องทางอื่นที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ได้ นอกจากการออก พ.ร.ก. กู้เงิน

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า พรรคไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขัดขวางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของรัฐบาล แต่บางเรื่องที่รัฐบาลดำเนินการนั้นไม่ใช่เรื่องของความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนอย่างชัดเจน เช่น การปรับโครงสร้างพลังงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การยกร่างหนังสือที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญ ได้ดำเนินการแล้ว แต่เนื่องจากการลงลายมือชื่อเพื่อที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญนั้นต้องใช้ถึง 1 ใน 5 ก็คือ 100 คน พรรคเองมี 21 เสียง เราจึงต้องขอเสียงเพิ่มเติมจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น อย่างพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะได้มีการประสานงานกันต่อไป

ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวระหว่างประชุมร่วมกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 พบว่าส่วนของรัฐสภาถูกปรับลดลง 18 % ซึ่งได้ประสานไปยังฝ่ายบริหารแล้วว่าอย่าปรับลดงบประมาณของรัฐสภาอีกเพราะปรับลดลงมามากแล้ว นอกจากนี้ ขอให้สำนักงานที่รับผิดชอบต่อการปรับปรุงภูมิทัศน์ของอาคารรัฐสภา ทำแผนของงบเพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้สง่างามอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ส.ส. ส.ว. บุคลากรรัฐสภา รวมถึงประชาชน ขณะที่แนวทางการบริหารอาคารสถานที่ ได้ขอให้นำห้องที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาทำเป็นห้องเนิร์สเซอรี่ เพื่อดูแลบุตรหลานของบุคลากรรัฐสภา โดยได้มอบหมายให้ประสานกับกรุงเทพมหานครเพื่อลงนามบันทึกข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน