บุรีรัมย์- หนุ่มบุรีรัมย์สุดแสบรวมหัวอดีต ตร.หลอกยืมรถ จยย.ชาวบ้านใน อ.บ้านด่าน บุรีรัมย์ ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อหลายรายหอบหลักฐานแจ้งความแต่ยังลอยนวลใช้ชีวิตตามปกติ เหยื่อบางคนไปตามตัวเจอเค้นถามหารถกลับใช้มีดไล่แทง ด้าน ตร.ระบุไม่ใช่เหตุซึ่งหน้าต้องรวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกและหมายจับตามขั้นตอน
วันนี้ (4 พ.ค.69) ชาวบ้านหลายหมู่บ้าน ในตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เดือดร้อนหนัก หลังนายโจ้ อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านหัวถนน ได้ตระเวนหลอกยืมรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน อ้างว่ารถตัวเองโดนเฉี่ยวชนกำลังซ่อม จำเป็นต้องไปธุระ ชาวบ้านเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านและรู้จักกัน จึงหลงเชื่อให้ยืม แต่ข้ามวันไม่เห็นเอารถมาคืนพอไปทวงถามก็โกหกสารพัด สุดท้ายมารู้ว่าได้รวมหัวกันกับนายก๊อป อดีตตำรวจนายหนึ่ง ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว)
โดยระหว่างปี 2568 ถึงเดือน เม.ย.2569 มีชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อถูก นายโจ้ หลอกยืมรถแล้วให้อดีตตำรวจนำไปขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน รวม 5 ราย บางคนถูกหลอกยืมตั้งแต่ปีที่แล้ว บางคนเพิ่งโดนเมื่อปลายเดือน เม.ย.69 นำเอกสารหลักฐานไปแจ้งความกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนก่อเหตุได้ แต่ที่ช้ำใจคือยังเห็นนายโจ้ และนายก๊อป อดีตตำรวจที่รวมหัวกันหลอกชาวบ้านยังลอยนวล ใช้ชีวิตตามปกติ
ขณะชาวบ้านที่ถูกหลอกต้องเดือดร้อนไม่มีรถไปทำงาน บางคนเคยไปตามตัวนายโจ้ เจอที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง พยายามถามหารถที่หลอกยืมไป แต่นายโจ้ ก็โกหกไปเรื่อยพอเค้นถามหนักขึ้นนายโจ้ ก็โมโห พยายามใช้มีดไล่แทงอีก ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวนายโจ้ พร้อมอดีตตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี เชื่อว่าน่าจะทำเป็นขบวนการ และให้ช่วยตามรถคืนด้วยเพราะเดือดร้อนไม่มีรถไปทำงาน
นางภัทรวดี ติมอนรัมย์ อายุ 57 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง กว่าจะเก็บเงินซื้อรถจักรยานยนต์ในราคากว่า 6 หมื่นบาทต้องทำงานหลายปี เพื่อไว้ใช้ขับขี่ไปทำงาน ปัจจุบันให้ลูกชายใช้ขับทำงานที่ จ.ระยอง แต่กลับมาถูกนายโจ้ หลอกยืมอ้างว่ารถตัวเองถูกเฉี่ยวชนพังยังซ่อมไม่เสร็จ จึงหลอกยืมอ้างมีธุระจำเป็น เห็นว่าเป็นคนรู้จักเพราะอยู่หมู่บ้านใกล้กัน ไม่คิดจะกล้าหลอกเอารถไปให้ นายก๊อป นำไปขายต่อ
เคยตามไปเจอ นายโจ้ ซึ่งหนีไปหลบอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่นายโจ้ กลับโกหกสารพัด พอเค้นถามหนักขึ้นนายโจ้ กลับโมโหใช้มีดไล่แทงลูกชายกับลูกสะใภ้ พอไปแจ้งความตำรวจก็แค่ปรับฐานพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ แต่คดีที่หลอกยืมรถไปขายกลับยังลอยนวล จึงวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวนายโจ้ พร้อมพวกที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี และที่สำคัญอยากได้รถคืนเพราะลูกชายไม่มีรถไปทำงาน
ด้าน นายราวี กางรัมย์ อายุ 39 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกนายโจ้ หลอกยืมรถจักรยานยนต์ แล้วให้นายก๊อป อดีตตำรวจ เอาไปขายต่อ ก็บอกว่า ที่หลงเชื่อให้นายโจ้ ยืมรถเพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักกัน ทั้งเห็นใจเพราะนายโจ้ ที่อ้างว่ารถเสียไม่มีรถไปธุระ แต่ไม่คิดว่าจะกล้าหลอกกันได้ลงคอ ตอนนี้เดือดร้อนมากไม่มีรถจักรยานยนต์ขับไปทำงาน ต้องปั่นจักรยานไปทำงานแทน แจ้งความแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนก่อเหตุได้ ตำรวจบอกว่าไม่ใช่เหตุซึ่งหน้าต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกตามขั้นตอน ทั้งที่ยังเห็นคนก่อเหตุใช้ชีวิตปกติในหมู่บ้านเหมือนไม่มีอะไร
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน บอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกตามขั้นตอน แต่หากไม่มาตามหมายเรียกก็จะออกหมายจับต่อไป

