เจ้าของผลิตภัณฑ์ฟิตเวย์ เรียกค่าเสียหายกับเฟซบุ๊กเพจแห่งหนึ่ง กว่า 3 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปทำสินค้า Freebies แก่ลูกค้าแทนคำขอบคุณที่เชื่อมั่นแบรนด์ พร้อมปฎิเสธทำคอนเทนต์ร่วมกันตามที่เพจดังกล่าวเสนอ เหตุเนื้อหาคลิปทำเสียหายแก่ทีมงานนับร้อยชีวิต ลูกค้าและประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเป็นโปรตีนตกฉลาก
วันนี้ (4 พ.ค.) จากกรณีพิพาทระหว่างแดนนี่ ดนุพล ชิลลี่ เจ้าของผลิตภัณฑ์ฟิตเวย์ กับเฟซบุ๊กเพจที่ชื่อว่า "GURUCHECK เช็ค กับ กูรู" หลังเพจดังกล่าวทำคลิปหัวข้อ "โปรตีนตกฉลากอีกแล้ว" ปรากฎว่ามีกระปุกผลิตภัณฑ์โปรตีนของฟิตเวย์อยู่ในปกด้วย ทำลูกค้าพากันแตกตื่นและแบรนด์เสียหาย แม้เพจดังกล่าวจะลงคลิปชี้แจง ขอโทษทางแบรนด์ที่ทำให้คนเข้าใจผิด อ้างว่าส่งตรวจหลายยี่ห้อ แต่เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่พบว่าโปรตีนตกฉลาก จุดประสงค์ในการทำคลิปเพื่อเตือนให้เช็กผลแล็บก่อนที่จะกิน ส่วนโปรตีนในภาพปกเป็นการเท้าความคลิปที่แล้ว ที่ส่งเวย์ไปตรวจแล้วคนดูกำลังรอผล แต่แดนนี่มองว่าไม่ได้ตั้งใจขอโทษจริง ไม่ยอมรับโดยตรงว่าเอาแบรนด์ของตนขึ้นปกเพื่อเรียกเอนเกจ และขอให้ชี้แจงว่า ที่เคยรีวิวผลิตภัณฑ์หนึ่ง มีพยานหลักฐานใดทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อได้ว่า เป็นโปรตีนที่บริสุทธิ์ ปราศจากน้ำตาลและไขมัน
ล่าสุด เพจที่ชื่อว่า "GURUCHECK เช็ค กับ กูรู" ลงคลิประบุว่า ขอโทษแดนนี่และผลิตภัณฑ์ฟิตเวย์จากใจจริง ต่อความผิดพลาดในการทำคลิปโปรตีนตกฉลาก ซึ่งมีรูปภาพของแบรนด์ฟิตเวย์อยู่ในนั้น เจตนาไม่ได้ต้องการสื่อสารออกไปแบบนั้น แต่ภาพออกไปแล้ว ความผิดเกิดขึ้นแล้ว ตนไล่อ่านคอมเมนต์แล้วเห็นว่ามันร้ายแรงจริง สื่อสารไปทางนั้นได้จริง ตนขอยืนยันว่าแบรนด์ฟิตเวย์ไม่ใช่โปรตีนตกฉลากที่พูดถึงในคลิปแน่นอน ตนขอช่องทางการติดต่อของนายแดนนี่ไป เพราะอยากจะโทร.ไปขอโทษด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนควรจะทำ ส่วนตัวมองว่าถ้ามีอะไรที่พอจะทำได้ เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดต่อแบรนด์ ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากตนเอง ก็อยากจะทำ
ในฐานะที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ ตั้งใจที่อยากจะสนับสนุนแบรนด์ที่ดีมาตลอด เชื่อว่าฟิตเวย์เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทำสินค้าดี ถ้าแบรนด์ยังให้โอกาส ก็อยากที่จะไปทำคอนเทนต์ร่วมกันเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ หรือเป็นทางอื่นที่ลดความเสียหายที่้เกิดขึ้นจากตนได้ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพราะอนาคตตนต้องมีความรอบคอบมากกว่านี้ เพราะคอนเทนต์สามารถที่จะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และเกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นได้ สุดท้ายขอโทษนายแดนนี่ แบรนด์ฟิตเวย์ และผู้ติดตามทุกคน ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความเสียหายในครั้งนี้ ตนได้อ่านคอมเมนต์แล้วขอบคุณที่ช่วยเตือนและชี้แนะ จะปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายแดนนี่ประกาศถึงแอดมินเพจดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเป็นเงินรวม 3,248,012 บาท มาจากคลิปดังกล่าวที่ทำให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่าฟิตเวย์เป็นโปรตีนตกฉลาก ขึ้นอยู่เป็นเวลา ประมาณ 1 วัน เมื่อนำรายได้ตามงบการเงินปี 2568 ของบริษัทฯ มาหาร 365 วัน จะได้ว่าต่อวันเท่ากับ 3,248,012 บาท หากตกลงให้ทำการโอนเงินเข้าบัญชี บริษัท ฟิตเวย์ ก่อนเวลา 18.00 น. ผมในฐานะตัวแทนบริษัทฯ จะยุติเรื่อง ไม่ฟ้อง เงินที่ได้แจกคืนลูกค้าฟิตเวย์ทั้งหมด ในรูปแบบของ Freebies เช่น เสื้อ กระเป๋า กางเกง ถุงมือ เข็มขัด สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้า ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 - 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นเวลาก่อนเกิดการทำละเมิด วัตถุประสงค์การแจกสินค้า Freebies นี้ “ไม่ใช่” เพื่อส่งเสริมการขาย แต่เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่เชื่อมั่นและยืนหยัดเคียงข้างฟิตเวย์
หากไม่ตกลง เมื่อขึ้นศาล ผมจะนำผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินใน List ของ กลต. ขึ้นสืบเป็นพยานเชี่ยวชาญในฝั่งผม ผู้ประเมินดังกล่าว จะประเมินมูลค่ายุติธรรมของกิจการ Fitwhey ณ วันที่้เพจดังกล่าวทำละเมิด ผ่าน Model Discount Cash flow ประกอบนำสืบพฤติการณ์ละเมิด เพื่อให้ศาลกำหนดเปอร์เซนต์ตัวคูณ ความเสียหายที่เพจดังกล่าวทำ ตัวเลขดังกล่าวแม้นศาลให้เพียง 0.1% ก็จะมากกว่า 3,248,012 บาท ที่ผมเรียกในวันนี้ไปอย่างน้อยเป็น 3 เท่า และไม่ว่าศาลจะตัดสินให้เพจดังกล่าวชดใช้ผมเท่าไหร่ ผมก็จะนำเงินจำนวนดังกล่าว มาแจกคืนให้ลูกค้าฟิตเวย์ทั้งหมดเช่นกัน
ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เพียงกระทบลูกค้าและตัวผม แต่ยังกระทบไปถึงทีมงานอีกร้อยกว่าชีวิต ที่ต้องพึ่งพารายได้จากบริษัทเพื่อนำไปเลี้ยงครอบครัว ประเด็นข้อพิพาทในครั้งนี้จึง “ไม่ใช่” เรื่องระหว่างผมกับเพจดังกล่าว แต่เป็นเรื่องระหว่างเพจดังกล่าวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของฟิตเวย์ทุกคน ผมเพียงรับมอบอำนาจและดำเนินการในฐานะตัวแทน คำขอโทษของเพจดังกล่าว ผมจึงรับไว้ได้เพียงในนามส่วนตัว แต่กับ Fitwhey ซึ่งเป็นนิติบุคคล อีกฐานะนึง หากเพจดังกล่าวต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก็ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนที่ผมเรียกร้องข้างต้น
ในตอนท้าย นายแดนนี่ขอปฏิเสธคำเสนอการทำคอนเทนต์ร่วมกันระหว่างตนกับเพจดังกล่าว

