กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในวันอาทิตย์(3พ.ค.) ชี้ว่าสหรัฐฯจำเป็นต้องเลือกระหว่างปฏิบัติการทางทหาร "ที่เป็นไปไม่ได้" หรือ "ทำข้อตกลงแย่ๆ" กับสาธารณรัฐอิสลาม
สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเปิดฉากโดยสหรัฐฯและอิสราเอลเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หยุดนิ่งมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน และมีการเจรจาสันติภาพกันไปแล้ว 1 รอบ ในปากีสถาน แต่ล้มเหลว
นับตั้งแต่นั้นการเจรจาหยุดชะงัก ในขณะที่สหรัฐฯหันมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือต่างๆของยูเครน ส่วนอิหร่านยังคงปิดตายช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่
สำนักงานข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน กล่าวว่าประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำเป็นต้องเลือกระหว่าง "ปฏิบัติการทางทหารที่เป็นไปไม่ได้หรือข้อตกลงแย่ๆกับสาธารณรัฐอิสลาม" ในข้อความที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ที่นำเสนอต่อโดยสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ
ข้อความที่โพสต์ระบุต่อว่าหน้าต่างสำหรับการตัดสินใจของสหรัฐฯ "แคบลงแล้ว" อ้างถึงสิ่งที่พวกเขาให้คำจำกัดความว่าเป็น "สุ้มเสียงที่เปลี่ยนไป" จากจีน รัสเซียและยุโรป ที่มีต่อวอชิงตัน เช่นเดียวกับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเส้นตายของอิหร่าน เกี่ยวกับมาตรการปิดล้อมทางทะเลของอเมริกา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
Axios สื่อมวลชนสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าว 2 คนที่ใกล้ชิดกับข้อเสนอของอิหร่านที่ยื่นถึงอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้ รายงานว่าเตหะราน "ขีดเส้นตาย 1 เดือนสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หยุดการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และยุติสงครามในอิหร่านและเลบานอนอย่างถาวร"
ในวันอาทิตย์(3 พ.ค.) ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล ระบุว่าเขากำลังทบทวนข้อเสนอล่าสุดของอิหร่าน แต่ระบุว่าเขา "ไม่อาจจินตนาการได้ว่า จะยอมรับข้อเสนอนี้"
สื่อมวลชนอิหร่าน ในนั้นรวมถึงทาสนิมและฟาร์สนิวส์ รายงานเกี่ยวกับเนื้อหารายละเอียดในข้อเสนอดังกล่าว เมื่อวันเสาร์(2พ.ค.)
ทาสนิม ระบุว่าอิหร่านเน้นย้ำว่าประเด็นปัญหาสำคัญๆระหว่าง 2 ฝ่าย จำเป็นต้องได้รับการคลี่คลายภายใน 30 วัน และควรมุ่งเน้นไปที่การยุติสงคราม ไม่ใช่แค่เป็นการขายกรอบเวลาข้อตกลงหยุดยิง
ทางสื่อมวลชนแห่งนี้ รายงานต่อว่า ประเด็นปัญหาเหล่านั้น ประกอบด้วย "การถอนกำลังพลของอเมริกาออกจากบริเวณใกล้เคียงอิหร่าน ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่อายัดไว้ และปลดมาตรการคว่ำบาตร"
นอกจากนี้แล้วรายงานข่าวยังพาดพิงถึง "การยุติสงครามในทุกแนวหน้า ในนั้นรวมถึงเลบานอน และเห็นพ้องกันในกลไกใหม่สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ"
(ที่มา:เอเอฟพี)

