นายใหญ่เพนตากอน “เฮกเซธ” ดวลฝีปากดุเดือดกับพวก ส.ส.พรรคเดโมแครต เมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) ในประเด็นตั้งแต่สงครามอิหร่านจนถึงการปลดนายทหารใหญ่ ระหว่างที่เขากลายเป็นรัฐมนตรีสำคัญคนแรกของคณะบริหารทรัมป์ ที่ไปปรากฏตัวให้ปากคำต่อรัฐสภาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ทรัมป์จับมืออิสราเอลเปิดสงครามโจมตีเตหะรานเมื่อสองเดือนที่แล้ว โดยยังไม่เคยขออนุมัติจากคองเกรสเลย
ขณะที่พวกสมาชิกทางฝ่ายพรรครีพับลิกัน ในคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎร มุ่งโฟกัสที่รายละเอียดงบประมาณการทหารและแสดงการสนับสนุนปฏิบัติการในอิหร่าน ทางด้านเดโมแครตต่างพากันตั้งป้อมซักไซ้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม เกี่ยวกับต้นทุนสงคราม ซึ่งจากรายงานที่เพนตากอนยื่นเสนอต่อคณะกรรมาธิการระบุว่า สูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์แล้วในขณะนี้ ตลอดจนถึงการที่คลังเครื่องกระสุนสำคัญๆ ร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการที่กองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนในอิหร่านที่มีเด็กเสียชีวิตจำนวนมาก ตลอดจนแนวทางการดำเนินการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อชาติพันธมิตร และเหตุผลความชอบธรรมในการทำสงครามคราวนี้ ที่มีการเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา
เฮกเซธเริ่มต้นการให้ปากคำต่อฃเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) ด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ความท้าทายใหญ่ที่สุดคือ ถ้อยคำที่ท้อถอยที่สุดของสมาชิกสภาจากเดโมแครตและสมาชิกรีพับลิกันบางคน
จี้ถามเหตุผลเปิดสงคราม
ในช่วงหนึ่งของการให้ปากคำวันพุธที่ยาวนานเกือบ 6 ชม. เฮกเซธกล่าวว่า พวกโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านถูกทำลายย่อยยับระหว่างการโจมตีของอเมริกาตั้งแต่เมื่อเมื่อปี 2025 เรื่องนี้ทำให้ ส.ส.แอดัม สมิธ จากพรรคเดโมแครต จี้ถามทันทีว่า เหตุผลแท้จริงที่ทรัมป์เปิดสงครามกับอิหร่านคืออะไรกันแน่ เพราะเมื่อ 60 วันก่อน คณะบริหารอ้างภัยคุกคามเฉพาะหน้าจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่ตอนนี้กลับบอกว่า อาวุธเหล่านั้นถูกทำลายสิ้นซากไปก่อนแล้ว
เฮกเซธอ้างว่า เป็นเพราะอิหร่านยังไม่ยอมล้มเลิกเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และยังมีขีปนาวุธนับพันลูก เลยถูกสมิธตอกอีกดอกว่า สงครามทำให้อเมริกาวนกลับมาจุดเดิม
นายใหญ่เพนตากอนไม่ยอมตอบคำถามของ ส.ส.เซธ โมลตัน จากเดโมแครต ที่ว่า เขาแนะนำให้ทรัมป์โจมตีอิหร่านหรือไม่ แต่บอกว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็น “ไอเดียที่ดี” และเมื่อถูกซักต่อว่า ได้พิจารณาความเสี่ยงที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตีหรือไม่ เฮกเซธบอกว่า เพนตากอนพิจารณาความเสี่ยงนี้ในทุกแง่มุม
การที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซในทางพฤตินัย กำลังส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐฯพุ่งติดจรวดและสร้างปัญหาหนักให้กับรีพับลิกัน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.กันทั้งสภา และ ส.ว.ราวหนึ่งในสาม กำลังขยับใกล้เขามาทุกที
ส.ส.จอห์น การาเมนดี สมาชิกเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย โจมตีว่า เฮกเซธและทรัมป์โกหกคนอเมริกันเกี่ยวกับสงครามที่เขาระบุว่าเป็น “ภัยพิบัติทางภูมิรัฐศาสตร์” และ “บาดแผลที่อเมริกาทำตัวเอง” นับตั้งแต่วันแรก อีกทั้งยังทำให้คนอเมริกันนับล้านต้องเดือดร้อนกับภาวะน้ำมันแพง ทั้งที่ทรัมป์เคยให้สัญญาว่า จะลดค่าครองชีพให้ประชาชน
ด้านเฮกเซธโต้กลับเสียงแข็งว่า เดโมแครตเกลียดชังทรัมป์จนมองไม่เห็นความสำเร็จในการทำสงครามของอเมริกา
อ้างเหตุผลปลดบิ๊กทหาร
คริสซี ฮูลาแฮน L.L.เดโมแครตจากเพนซิลเวเนีย ถามถึงเหตุผลการที่ เฮกเซธ สั่งปลดพลเอกแรนดี้ จอร์จ ซึ่งได้รับการเคารพอย่างมากทั้งในกองทัพและในรัฐสภา ออกจากตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเจ้าหน้าที่อาวุโสของกองทัพและนายทหารระดับสูงอีกหลายคนที่ถูกปลดนับตั้งแต่ทรัมป์รับตำแหน่งสมัยสอง อาทิ จอห์น ฟีแลน รัฐมนตรีทบวงทหารเรือ ที่ถูกปลดในเดือนเม.ย.
เฮกเซธตอบขวานผ่าซากว่า กองทัพจำเป็นต้องมี “ผู้นำใหม่” และไม่ได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมใดๆ
ดอน เบคอน ส.ส.รีพับลิกันจากเนแบรสกา แย้งว่า เสียงข้างมากจากทั้งสองพรรคแสดงความเชื่อมั่นในตัวเสนาธิการทหารบกและรัฐมนตรีทบวงทหารเรือ และสำทับว่า แม้เฮกเซธมีอำนาจในการปรับเปลี่ยนโยกย้าย แต่ไม่ได้หมายความว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือฉลาดแต่อย่างใด
ทางด้านเฮกเซธอ้างว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “วัฒนธรรมนักรบ” ในเพนตากอน
(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี)

