xs
xsm
sm
md
lg

"โจ๊ก" ร้อง กสม.อ้าง ตร.แถลงข่าวเปิดคลิปละเมิดสิทธิทำเสื่อมเสีย ชี้นำสังคมกดดันกระบวนการยุติธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"โจ๊กหวานเจี๊ยบ" ส่งทนายร้องกสม.อ้างโฆษก ตร. แถลงข่าวเปิดคลิปเสียง เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนทำเสื่อมเสีย ชี้นำสังคม กดดันกระบวนการยุติธรรม ด้านกสม.รับลูกเตรียมนำเข้าหารือ คาดใช้เวลา 2-3เดือน หากพบละเมิดจริงประสานหน่วยงานแก้ไข แต่ถ้าเป็นเขตอำนาจศาลก็ไม่อาจก้าวล่วง

วันนี้ ( 30 เม.ย.) นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัวของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ได้นำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ไปยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) ผ่านนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรณีพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี สินบนทองคำ 246 บาท แถลงข่าวพร้อมเปิดคลิปสนทนาทางโทรศัพท์ โดยอ้างเป็นเสียงสนทนาของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์กับผู้เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งเข้าข่ายชี้นำสังคมและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นการประจาน และทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ได้รับการมอบหมายจากพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ให้มายื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อ 2 หน่วยงาน คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ (OHCHR) กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ทีมโฆษกสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันที่ 18 เมษายน 2569 ซึ่งทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบดีว่าพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้ส่งสำนวนคดีนี้ทั้งหมด ไปยังอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตเรียบ ร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569แล้ว และอำนาจหน้าที่ไม่ได้อยู่ที่ท่านในขณะนั้น

ส่วนสำนวนของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป.ป.ช.ก็ถูกส่งให้คณะผู้ไต่สวนอิสระซึ่งดำเนินการไปแล้ว ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยเรื่องกรอบอำนาจตามที่เราเคยเสนอ จึงควรจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหาในเรื่องตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน ซึ่งบัญญัติไว้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 วรรค 2

นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือการแถลงข่าวโดยการเปิดคลิปเสียงซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงการสนทนาระหว่างพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก กับนายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด ซึ่งทนายที่มีชื่อไม่ใช่ตนเอง มองว่าไม่มีอำนาจ และเป็นการดำเนินคดีซ้ำ ในการที่มาดำเนินการเหล่านั้นควรจะต้องมีการพิสูจน์พยานหลักฐานในชั้นศาล ไม่ใช่พิสูจน์ที่หน้าจอทีวี ฉะนั้นการพิพากษาต่างๆเพื่อไม่ให้เป็นบรรทัดฐานสังคม ไม่ใช่ว่าพอมีประเด็นก็มาเปิดโต๊ะแถลงสรุปข่าว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ เป็นลักษณะของการประจาน เหยียดหยาม ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ในศาลแต่กลับมาชี้นำสังคม อาจส่งผลกระทบหรือเสียหายต่อคดี การกระทำดังกล่าวของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบของตนเองหรือไม่

"วันนี้จึงมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและการกระทำของ ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่ เพียงใด และหากพบการกระทำใดๆอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก็ให้ดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานหรือบุคคลที่ฝ่าผืนดังกล่าว เพื่อเป็นบรรทัดฐานของสังคมต่อไป"

ด้านนางสาวปิติกาญจน์ กล่าวว่าหลังจากนี้จะมีการนำเรื่องเข้าพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ในเรื่องของการแถลงที่มีการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากนี้จะมีการนำเรื่องเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อดูว่าจะเข้าหลักเกณฑ์ใด 1.เป็นการละเมิดสิทธิ์หรือไม่ 2.การประสานการคุ้มครอง 3.หากไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ กสม. ก็จะให้การช่วยเหลือทางอื่น ทั้งนี้หากเป็นเรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ก็จะตัดอำนาจของทาง กสม. ไป

ส่วนกรอบระยะเวลาหากไม่มีความซับซ้อนก็จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เมื่อพิจารณาแล้วหากพบมีการละเมิดสิทธิตามที่ผู้ร้องมายื่น ตามอำนาจ กสม. ให้มีข้อเสนอแนะเพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยชน ซึ่งกสม. เองไม่มีการกำหนดโทษใดๆ หากผู้ร้องต้องการดำเนินคดีอาญาหรืออื่นๆทางผู้ร้องต้องดำเนินการเอง