นครศรีธรรมราช - อส.สำรองชุด ชป.นางพระยากร่าง ใช้อาวุธปืนพกสั้นขู่ทีมกู้ภัยออกจากที่เกิดเหตุอ้างคำสั่งนายอำเภอ เหตุเกิดในซอยกอไผ่ ถนนแยกคูขวาง-ปากนคร หมู่ 5 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
วานนี้ (29 เม.ย.) ภาพจากกล้องหน้ารถของทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ ขณะที่กำลังเข้าค้นหาผู้บาดเจ็บจากเหตุทำร้ายร่างกายในซอยกอไผ่ ถนนแยกคูขวาง-ปากนคร หมู่ 5 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แต่จู่ ๆ ได้เกิดเหตุรถยนต์ที่ติดสติ๊กเกอร์ที่ฝาท้ายกระบะข้อความว่า “นางพระยา 01” ได้ถอยเข้าเบียดชนรถยนต์ของทีมกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจได้รับความเสียหาย ทีมมูลนิธิได้มาดูความเสียหายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของประกันภัย
แต่เหตุการณ์ไม่จบแค่นั้น เมื่อมีรถอีกคันติดสัญญาณไฟวับวาบขับเข้ามาจอด และมีชายคนหนึ่งถือปืนพกสั้นเดินหาทีมกู้ภัย พร้อมทั้งไล่ให้เคลื่อนรถออกไปพร้อมทั้งข่มขู่ว่า “มึงจะไปมั้ย ถ้าไม่ไปกูยิง” ด้วยความที่เจ้าหน้าที่เกรงจะเกิดอันตรายจึงเคลื่อนรถออกจากที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้ประสานพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบอุบัติเหตุ และปรากฎภาพพระสงฆ์รูปหนึ่งเข้าเจรจาพูดคุยกับทีมกู้ภัย
หลังจากเกิดเหตุทีมกู้ภัยประชาร่วมใจที่ประสบเหตุทั้ง 6 นาย ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุวิทย์ นวลสงค์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ปรากฏในภาพทราบชื่อเพียงว่า “นายหมู” ฐานข่มขู่ด้วยอาวุธปืนให้เกิดความตกใจกลัว และอาจเป็นการเตรียมพยายามฆ่าได้ เนื่องจากการเตรียมพร้อมด้วยนิ้วชี้อยู่ในโกร่งไกพร้อมยิงตลอดเวลา และยืนยันในการดำเนินคดี พร้อมทั้งให้มีการตรวจการครอบครองอาวุธปืน การพกพาอาวุธปืน
ไม่นานที่กลุ่มทีมกู้ภัยแจ้งความปรากฏว่าได้มีชายที่ปรากฏในภาพได้ตามมาที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ยังแสดงพฤติกรรมที่ทรงอำนาจอย่างมาก สวมใส่เสื้อเกราะยุทธภัณฑ์มาครบเครื่อง พยายามพูดจาอ้างเหตุในการทำงานในพื้นที่ และพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายเรื่องรถยนต์ และยังแสดงความไม่พอใจที่กลุ่มทีมกู้ภัยมาแจ้งความ ท้ายที่สุดได้อ้างว่าการทำหน้าที่เป็นไปตามคำสั่งของนายอำเภอ ซึ่งได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าชายรายนี้อยู่ในทีมที่ชื่อว่า “ชป.นางพระยา” มีที่ตั้งอยู่ในวัดนางพระยา มีเจ้าอาวาสวัดเป็นผู้อำนวยการดูแลสถานที่ตั้งและการทำหน้าที่ หลายครั้งปรากฏพระรูปหนึ่งร่วมออกพื้นที่ตรวจตราพื้นที่กับชุดปฏิบัติการนี้ด้วย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับ นายเมษัณฑ์ โสภากัณฑ์ นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อขอข้อมูลชุดปฏิบัติการนางพระยา หรือ ชป.นางพระยา และบุคคลที่ปรากฏในภาพที่ได้อ้างคำสั่งของนายอำเภอ พบข้อเท็จจริงว่าบุคคลในภาพไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เป็น อส.สำรอง การออกไปทำหน้าที่จะต้องมีตำรวจหรือปลัดอำเภอเป็นหัวหน้าชุดเท่านั้น หากไม่มีการควบคุมไม่สามารถทำงานได้ หากไปทำเท่ากับผิดกฎหมาย และกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการ
อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่าได้มีความพยามล็อบบี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้ช่วยเคลียร์เรื่องนี้จากพระสงฆ์รายหนึ่ง ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น ยังไม่ได้ออกเลขรับคดี มีเพียงเลขรับแจ้งความเท่านั้น

