โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านเมื่อวันพุธ(29เม.ย.) เย้ยหยันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวอ้างว่า อีกไม่นานน้ำมันส่วนเกินที่สะสมจนล้นคลังจัดเก็บ จะก่อความเสียหายอย่างถาวรแก่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของอิหร่าน จนกว่าเตหะรานจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สอดคล้องกับข่าวลือที่ว่าอิหร่านใช้ช่องทางอื่น สำหรับหลบหลีกมาตรการปิดล้อมของอเมริกา
"สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ท่อน้ำมันจะระเบิดจากภายใน ทั้งทางกลไกและในพื้นดิน" ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว "จะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้มันระเบิดขึ้นมา พวกเขาพูดกันว่าเหลือเวลาอีกแค่ 3 วัน ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น และเมื่อมันระเบิด คุณไม่อาจสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้เหมือนเดิม"
กาลิบาฟ พูดถึงคำสัมภาษณ์ดังกล่าวของทรัมป์ ระบุว่า "นี่ก็ 3 วันแล้ว ไม่มีบ่อน้ำมันไหนระเบิด เราขยายเวลาให้เป็น 30 วันเลยและจะไลฟ์สดบนนี้(แพลตฟอร์มเอ็กซ์) ให้ดู"
เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วที่พวกเทรดเดอร์รอดูภาวะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน รุนแรง และรวดเร็ว ภายในระยะเวลาสั้นๆ(oil shock) หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่มันยังไม่เกิดขึ้น น้ำมันดิบขึ้นๆลงๆ ส่วนวอลล์สตรีทก็ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดูเหมือนตลาดประเมินว่าวิกฤตยังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
เหตุผลที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าก็คือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงสามารถเดินหน้าสู่ออกน้ำมันไปยังจีนได้อยู่ดี ครั้งที่ช่องแคบฮอร์มุซแทบถูกปิดตายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พวกนักวิเคราะห์สันนิษฐานว่าการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านจะล่มสลาย แต่จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์เช่นนั้นจะยังมาไม่ถึง อย่างน้อยๆก็คงไม่เกิดขึ้นในทันที
ตามข้อมูลจาก ซามีร์ มัลดานี ผู้ก่อตั้ง TankerTrackers.com ซึ่งสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของเรือผ่านดาวเทียม ระบุว่าอิหร่านส่งอกน้ำมันดิบอย่างน้อย 11.7 ล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงสัปดาห์แรกๆของสงคราม ทั้งหมดมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีน โดยพื้นฐานแล้วอิหร่านสร้างเส้นทางสัญจรเฉพาะของตนเองผ่านทางน้ำแห่งนี้ ในขณะที่พวกเขาขู่เล่นงานเรือของชาติอื่นๆที่ล่องผ่าน
ข้อมูลจาก Kpler พบว่าการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสัปดาห์แรกๆของสงคราม โดยจากวันที่ 15 มีนาคม ถึง 14 เมษายน อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบทั้งหมด 55.22 ล้านบาร์เรล ในราคาที่มากกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว
อิหร่าน ใช้กลไกที่เรียกว่า "กองเรือเงา" บรรดาเรือบรรทุกน้ำมันเก่าๆปิดระบบติดตามและลำเลียงน้ำมันผ่านช่องทางลับๆ ในขณะที่จีนดูดซับอุปทานเหล่านี้ผ่านเครือข่ายโรงกลั่นอิสระขนาดกลางและขนาดเล็ก โรงกลั่่นเอกชนที่เคยบริหารจัดการน้ำมันลดราคาที่อ่อนไหวทางการเมืองก่อนหน้านี้ ส่วนโรงกลั่นใหญ่ๆของบริษัทที่มีรัฐเป็นเจ้าของ จะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สืบเนื่องจากความเสี่ยงถูกคว่ำบาตร
จนถึงช่วงต้นปี 2026 สันนิษฐานว่าจีนมีคลังปิโตรเลียมสำรองทางยุทธศาสตร์ราวๆ 1,200 ล้านบาร์เรล เทียบเท่ากับปริมาณการนำเข้าน้ำมันทางทะเล 109 วัน จำนวนหนึ่งเป็นน้ำมันที่นำเข้าในราคาต่ำกว่าตลาดอย่างมาก เนื่องจากมันเป็นน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรโดยตะวันตก
จีนใช้เวลานานหลายปีในการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้โดยเฉพาะ และทำให้อิหร่านมีลูกค้ารายหนึ่งที่ยังคงเดินหน้าซื้อน้ำมันต่อไป โดยไม่สนว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ
มีรายงานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาเส้นทางหลบหลีกทางบกด้วยเช่นกัน ทางเดินรถไฟจีน-อิหร่าน ที่แล่นจากมณฑลซีอาน ผ่านซินเจียง, คาซัคสถาน และเติร์กเมนิสถาน ไปยังท่าเรือบกแอปรินของเตหะราน เปิดให้บริการอีกครั้งในฐานะเส้นทางขนส่งสินค้าเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2025 ภายใต้ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธาสตร์ระหว่าง 2 ชาติ มูลค่ากว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ ที่ลงนามในปี 2021 เส้นทางนี้ครอบคลุมระยะทางราวๆ 5,300 กิโลเมตรและช่วยลดเวลาจากเดิมที่ใช้เวลาในการขนส่งทางทะเล 30 ถึง 40 วัน เหลือเพียง 14 ถึง 15 วัน ในการขนส่งทางบก
SpecialEurasia บริษัทที่ปรึกษาด้านภูมิรัฐศาสตร์ เน้นว่าทางเดินรถไฟดังกล่าว "ช่วยลดความเสี่ยงของการถูกสกัดกั้นทางทะเลโดยกองกำลังตะวันตก ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าของอิหร่าน โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านกองเรือเงา"
อย่างไรก็ตามมีสิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ในตลาดน้ำมันต้องเข้าใจก็คือ "การเดินรถไฟไม่สามารถดำเนินการขนส่งน้ำมันดิบปริมาณมากได้ น้ำมันดิบปริมาณมากยังจำเป็นต้องพึ่งการขนส่งทางทะเล และเส้นทางรถไฟเหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมันดิบและสินค้ามูลค่าสูง ไม่อาจทดแทนปริมาณการขนส่งของเรือบรรทุกน้ำมันได้ทั้งหมด"
(ที่มา:อินเวสติ้งดอทคอม/รอยัลนิวส์)

