xs
xsm
sm
md
lg

ตอกเสาเข็ม 'แลนด์บริดจ์' 2573 เมินปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องยอมแลกเพื่อเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ตั้งเป้าตอกเสาเข็มปี 2573 ยอมรับต้องแลกผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางเสียงค้านจากฝ่ายค้านที่ชี้ว่าโครงการมูลค่าล้านล้านอาจไม่คุ้มทุนจริง

นับตั้งแต่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินออกจากดูแลเรื่องปัญหาน้ำมัน ทำให้เวลานี้เดินหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทย–อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ อย่างเต็มตัว โดยนายพิพัฒน์ ยืนยันว่า จากผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุชัดว่า โครงการมีความคุ้มค่า และเป็นโอกาสของไทย สำหรับการเตรียมลงพื้นที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร จะมีกำหนดการเดินทางที่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งเส้นทางเริ่มต้นที่จังหวัดชุมพร ในเขตอำเภอหลังสวนและอำเภอพะโต๊ะ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดระนอง เพื่อร่วมหารือกับผู้นำชุมชนและตัวแทนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่าเห็นด้วยกับโครงการหรือไม่

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตั้งใจจะไปชี้แจงทั้งข้อดี ข้อเสีย และรายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ โดยเฉพาะในมิติของการสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งการเกิดขึ้นของท่าเรือแห่งใหม่จะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่บริการสนับสนุนการเดินเรือไปจนถึงธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้กังวลกับกระแสคัดค้านโดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการได้มีการศึกษาระบบนิเวศอย่างรอบคอบ และพยายามลดผลกระทบให้น้อยที่สุด แม้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง แต่ถือเป็นการแลกกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยคาดว่า ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ. SEC)จะเสนอคณะรัฐมนตรี​ได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 และจะเปิดประมูลโครงการต้องรอการพิจารณา​จากสภาก่อน ซึ่งตั้งเป้าว่าว่า 2573 จะสามารถตอกเสาเข็มได้

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน ขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาล ที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรจะเป็นโครงการที่พิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส รอบคอบ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนให้พิจารณาศึกษา

นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่ในนโยบายรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วงหาเสียง ไม่ปรากฏว่ามีโครงการดังกล่าว เป็นนโยบายของทั้งสองพรรค และเมื่อมาถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ปรากฏว่าโครงการที่มีความสำคัญมากขนาดนี้ ซึ่งมีผลผูกพันงบประมาณของประเทศไปอีกหลาย 10 ปีในอนาคต ถูกนำเสนอต่อรัฐสภาในขณะแถลงนโยบาย วันนี้กลับกลายเป็นโครงการที่รัฐบาลบอกให้ความสำคัญ เป็นโครงการระดับประเทศที่รัฐบาลพร้อมผลักดันทันที

นายกรณ์ กล่าวว่า การใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทในโครงการที่นักวิชาการหลายฝ่าย พูดถึงความกังวลว่าไม่มีทางจะคุ้มค่า บริษัทเดินเรือภาคเอกชนก็แจ้งข้อมูลมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้จะสร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มที่จะนำมาใช้บริการ หากคิดว่าการใช้แลนด์บริดจ์ในการลำเลียงขนส่งสินค้าจากซีกตะวันตกไปยังตะวันออก จะสามารถประหยัดเวลาได้ เมื่อเทียบกับการเดินเรือไปยังช่องแคบมะละกา ต้องคิดใหม่ เพราะการขนส่งสินค้าผ่านโครงการดังกล่าว เป็นการลำเลียงสินค้าขึ้นลงเรือหลายต่อ มีภาระค่าใช้จ่าย มีประเด็นเรื่องเงื่อนไขเวลา สุ่มเสี่ยงประกันถูกทิ้งร้าง เป็นโครงการที่นำเสนอโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียด และไม่เคยส่งสัญญาณต่อประชาชนว่าจะทำ