xs
xsm
sm
md
lg

“พระเจ้าชาร์ลส์” หยอดมุกล้อ “โปรเจกต์ห้องบอลลูมทรัมป์” ชี้ อังกฤษเคยส่งกำลังบุกช่วยปรับปรุงทำเนียบขาวครั้งใหญ่ปี 1814 ตะลึง! ซีอีโอหญิงอเมริกันขอใช้ “แว่นตาสปาย AI ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ฉายพระรูป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรทรงตรัสล้อการปรับปรุงห้องบอลลูมทำเนียบขาวของทรัมป์ว่า อังกฤษในอดีตเคยบุกมาช่วยปรับปรุงให้เล็กน้อยเมื่อปี 1814 เรียกเสียงหัวเราะไปทั่วเพราะเป็นที่รู้ดีว่าในปีนั้นกองทัพอังกฤษได้บุกมาเผาทำเนียบขาวจนวอดเกือบทั้งหลังตอบโต้ที่ฝ่ายอเมริกันยกกำลังไปโจมตียอร์กหรือแคนาดาในปัจจุบัน

AOL ของสหรัฐฯรายงานวันพุธ(29 เม.ย)ว่า ระหว่างงานถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำกาล่าดินเนอร์ที่ทำเนียบขาวค่ำวานนี้(28) กลายเป็นไวรัลไปทั่วเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษทรงตรัสล้อไปถึงโปรเจกต์ห้องบอลลูมทำเนียบของของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และเรียกเสียงฮาไปทั่ว

โดยพระองค์ตรัสว่า “ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะสังเกตถึงการปรับปรุงต่อปีกอีสต์วิง...ท่านประธานาธิบดี ตามหลังการเยือนปราสาทวินด์เซอร์ปีที่แล้ว”

และตรัสต่อว่า “ข้าพเจ้าขอโทษที่ต้องกล่าวออกมาว่าพวกเราอังกฤษ..แน่นอนที่สุด...ได้ใช้ความพยายามเล็กน้อยในแบบฉบับของพวกเราเองสำหรับการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงทำเนียบขาวเมื่อปี 1814”

อ้างอิงจากวิกีพีเดีย กองกำลังอังกฤษตอบโต้สหรัฐฯแบบตาต่อตา โดยเมื่อวันที่ 24 ส.คปี 1814 ทำการโจมตีเผาทำเนียบขาวจนเสียหายครั้งมโหฬารและเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมื่ออดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ดอลลี เมดิสัน( Dolley Madison) ในประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจมส์ เมดิสัน (James Madison) ได้รีบนำงานศิลปะล้ำค่าของบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐฯ จอร์จ วอชิงตัน หนีออกไปด้วยกลัวว่าจะวอดพร้อมไปกับกองเพลิง

เป็นการตอบโต้จากฝ่ายอังกฤษที่กองกำลังอเมริกันในเวลานั้นเมื่อมิถุนายนปี 1813 โจมตีเมืองยอร์กหรือ 'เมืองโตรอนโต' ในปัจจุบันตั้งอยู่ที่ออนแทริโอของแคนาดา

สอดคล้องกับการที่สหรัฐฯเฉลิมฉลองการประกาศเอกราชครบรอบ 250 ปี ซึ่งพระเจ้าแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษทรงตรัสต่อว่า "สหรัฐอเมริกานั้นก่อตั้งประเทศมาด้วยการกระทำที่กล้าหาญและมีวิสัยทัศน์ของความต้องการกำหนดอนาคตตัวเอง" พร้อมกันนี้พระองค์ยังตรัสยกย่องชาวอเมริกันทั้งหลายว่า "มาตั้งแต่เริ่มต้น ชาวอเมริกันมีคุณสมบัติกล้าหาญ มุ่งมั่นอย่างดื้อรั้น และมีจิตวิญญาณของการผจญภัย"

พระเจ้าชาร์ลส์ทรงตรัสล้อว่า

"จากการที่เป็นทายาทสายตรงสืบทอดจากพระเจ้าจอ์รจ์ที่ 3 ข้าพเจ้าได้รู้ว่า ประเทศแห่งนี้จะไม่มีวันยอมจำนน และอีกทั้งประวัติศาสตร์ของครอบครัวข้าพเจ้ายังคงสะท้อนอยู่ในแผนที่ของท่านที่หากอ่านแล้วก็ไม่ต่างจากการอ่านลิสต์บัตรอวยพรคริสต์มาสของพวกเรามาตลอดทุกยุค"

พร้อมกันนี้ทรงตรัสยกตัวอย่างเช่น นอร์ทและเซาท์แคโรไลนา , เวอร์จิเนีย ,แมรีแลนด์ และรวมไปถึงเมืองต่างๆเป็นต้นว่า ชาลสตัน(Chaleston)ที่พระองค์ทรงพระสรวลพร้อมตรัสชี้ว่า ชอบเป็นพิเศษเพราะพ้องกับพระนามของพระองค์ รวมไปถึง จอร์จทาวน์, จอร์เจีย, แอนนาโปลิส

พระองค์ยังทรงหยิบยกคำกล่าวของทรัมป์เกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เขาเคยอ้างว่า หากไม่ใช่สหรัฐฯแล้วทั้งยุโรปคงพูดแต่ภาษาเยอรมัน

ซึ่งในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำวันอังคาร(28) พระเจ้าชาร์ลส์ทรงตรัสตอบกลับมาว่า

“ข้าพเจ้าขอท้าเลยว่าหากไม่ใช่เป็นเพราะพวกเรา พวกคุณคงพูดภาษาฝรั่งเศสไปแล้ว”และทำให้ทั้งห้องต่างหัวเราะออกมา

และยังกลายเป็นไวรัลไม่หยุดเมื่อสื่อจับภาพการสนทนาระหว่างพระเจ้าชาร์ลส์และซีอีโอหญิงอเมริกันระหว่างการเสด็จพบปะส.สสหรัฐฯในสวนช่วงกลางวัน เมโทรของอังกฤษรายงาน

เมื่อซีอีโอบริษัทสื่อขอใช้แว่นตาสปาย AI จากบริษัท META ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กขอพระราชทานอนุญาตฉายพระรูปของพระองค์ด้วยกล้องของแว่นตาอัจฉริยะนี้

ส่งผลทำให้พระเจ้าชาร์ลส์รีบปฎิเสธและพยายามเสด็จเลี่ยงระหว่างทรงล้อออกมาว่า "นี่มันแว่นตาที่น่าหวาดหวั่น" พร้อมกับตั้งคำถามซีอีโอหญิงว่า "บันทึกทุกอย่างใช่ไหม" และส่งผลทำให้เธอรีบปฎิเสธกลับไปอย่างละล่ำละลักว่า “ไม่ ไม่”