ป.ป.ช. ภาค 3 ผนึกกำลังตำรวจ จับ ขรก.ท้องถิ่น ทุจริต 'โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว' กว่า 1.7 ล้าน โดยการปลอมลายมือชื่อ
วันนี้( 29 เม.ย.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้ กลุ่มงานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรกระตีบ จับกุม นายสุเมธี ดวงศรี อายุ 47 ปี ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 178/2569 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2569 โดยมีพฤติการณ์การกระทำความผิด กรณีดำเนินโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ รวมเป็นเงิน 1,775,350 บาท องค์การบริหารส่วนตำบลด่านข้าง จัดหาวัสดุก่อสร้าง และให้ประชาชนร่วมมือร่วมแรงช่วยกันทำงานโดยไม่ได้จ่ายค่าแรงงาน แต่จัดทำเอกสารเป็นการจ้างเหมาโดยนำชื่อของประชาชนมาเป็นผู้รับจ้าง ทั้งปลอมลายมือชื่อผู้รับจ้างและจัดทำเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จและขอให้ประชาชนไปเบิกเงิน ตามเช็คให้แก่ตน
มีความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความ ลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสารกระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จฐานปลอมเอกสาร ฐานปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ และฐานใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 หรือมาตรา 265 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 91”
โดย พนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกระตีบ ได้รวบรวมข้อมูลจนสืบทราบถึงแหล่งกบดานของผู้ถูกกล่าวหาที่ตำบลห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ในบริเวณใกล้เคียง เมื่อพบตัวผู้ถูกกล่าวหา จึงแสดงตัวเข้าจับกุมบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 พร้อมทั้งนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับกุม พิมพ์ลายนิ้วมือลงบันทึกประจำวัน และนำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งไปยัง สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 3 จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

