“สีหศักดิ์” เผย แจ้ง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา แล้ว ไทยเตรียมยกเลิก MOU44 ใช้ UNCLOS ปักปันเขตแดนทางทะเลแทน เหมือนกับมาเลเซีย ส่วนประชุม JBC ต้องรอองค์ประกอบฝ่ายไทยก่อน พร้อมเบรกเขมรหยุดกล่าวหาไทยตามเวทีต่างๆ เพิ่มความตึงเครียด ไม่เอื้อเจรจา
วันนี้ (28 เม.ย.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนดารุสซาลาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ได้หารือทวิภาคีกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ถึงแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยไทยยังต้องการเห็นการหยุดยิงอย่างยั่งยืน และหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเป็นขั้นตอน พร้อมก้าวข้ามความขัดแย้งที่ผ่านมา
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาได้เสนอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา (JBC) ซึ่งฝ่ายไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนขององค์ประกอบคณะกรรมาธิการ รวมถึงการประชุมเตรียมการก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยสิ่งที่ไทยต้องการเห็นเป็นลำดับแรก คือ การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพูดคุย อาทิ การเพิ่มความร่วมมือบริเวณชายแดน การเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ตลอดจนมาตรการด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน เพื่อให้การประชุม JBC ในอนาคตเกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ ไทยยังมีความกังวลต่อการแถลงหรือท่าทีของฝ่ายกัมพูชาบนเวทีระหว่างประเทศ ที่อาจขัดแย้งกับเจตนารมณ์ในการลดความตึงเครียดและก้าวข้ามความขัดแย้ง
นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อฝ่ายกัมพูชา ว่า ไทยอยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU44 และจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ ก่อนมีหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการภายหลัง ครม.มีมติ การยกเลิก MOU44 ไม่ได้หมายถึงการยุติการเจรจา แต่เป็นการปรับเปลี่ยนกรอบการหารือไปสู่การใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี 1982 (UNCLOS 1982) โดยมุ่งเน้นการปักปันเขตแดนทางทะเลให้มีความชัดเจนก่อน ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาในพื้นที่ทับซ้อนเป็นไปได้ง่ายขึ้น
สำหรับข้อกังวลว่าการยกเลิก MOU44 อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของไทยนั้น นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า MOU44 มีผลบังคับใช้มานานกว่า 20 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงจำเป็นต้องหาแนวทางใหม่ พร้อมยกตัวอย่างกรณีการเจรจากับมาเลเซีย ซึ่งแม้ไม่มี MOU ลักษณะเดียวกัน แต่ยังสามารถดำเนินการเจรจาได้ตามปกติ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

