xs
xsm
sm
md
lg

“ปานเทพ” ซัด ผอ.นิติวิทยาศาสตร์ ส่งหลักฐานคดี “แตงโม” ล่าช้ากว่า 6 เดือน ยังแถลงแก้ตัวแบบเลื่อนลอยเหมือนเดิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“อ.ปานเทพ” จี้ ผอ.นิติวิทยาศาสตร์ ชี้แจงเหตุล่าช้าในการส่งมอบไฟล์ภาพต้นฉบับคดี “แตงโม” 6 เดือนยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จเพราะอะไร ตั้งข้อสงสัยอาจมีการถ่วงเวลา กระทบความยุติธรรมของผู้เสียหาย ซัดยังแถลงแก้ตัวแบบเลื่อนลอยเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ศาสตราภิชาน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตั้งคำถามถึงนายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กรณีการส่งมอบหลักฐานสำคัญในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” อดีตดาราสาวชื่อดัง

นายปานเทพระบุว่า การขอรับไฟล์ภาพดิจิทัลต้นฉบับของร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นภาพก่อนการชันสูตรและเย็บบาดแผล ใช้เวลานานกว่า 6 เดือน แต่ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมตั้งคำถามถึงเหตุผลของความล่าช้า และกระบวนการพิจารณาที่ไม่แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ หลักฐานดังกล่าวเป็นภาพถ่ายที่บันทึกโดยเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ก่อนการตรวจรอบแรกของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิต โดยเฉพาะประเด็นบาดแผลบริเวณร่างกายที่อาจไม่สอดคล้องกับสมมติฐานอุบัติเหตุจากใบพัดเรือ

นายปานเทพยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แม้จะมีภาพถ่ายในรูปแบบสำเนาขาวดำปรากฏในสำนวนคดี แต่กลับไม่มีการนำหลักฐานดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาล รวมถึงไม่มีไฟล์ต้นฉบับดิจิทัลแนบในสำนวนคดีแต่อย่างใด


นอกจากนี้ ยังได้คำถามถึงกระบวนการตอบกลับของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 เดือนครึ่ง ก่อนมีหนังสือขอให้ชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติม โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ขณะที่กลับกำหนดระยะเวลาให้ผู้ร้องตอบกลับภายใน 15 วัน
นายปานเทพยังกล่าวว่า ทั้งผู้เสียหายและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งได้ทำหนังสือขอหลักฐานชุดเดียวกัน ต่างยังไม่ได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานดังกล่าวเช่นกัน จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการประวิงเวลา หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าว ทำให้มารดาของผู้เสียชีวิตได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผู้เกี่ยวข้อง ว่าเข้าข่ายบิดเบือนคดีหรือไม่

ทั้งนี้ นายปานเทพเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน และเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของกระบวนการที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

รายละเอียดข้อความในเฟซบุ๊กปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

6 เดือนสำหรับ การขอหลักฐานสำคัญเพื่อความยุติธรรมน้องแตงโม แต่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กลับแถลงแก้ตัวแบบเลื่อนลอยเหมือนเดิม /ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

ขอสอบถามนายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมที่ใช้เวลานานกว่า 6 เดือนก็ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จว่าส่งมอบหลักฐานสำคัญให้กับ ผู้เสียหายคือ “คุณแม่น้องแตงโม” หรือไม่ เพราะอะไร?

หลักฐานที่ว่านั้นคือไฟล์ดิจิตอลต้นฉบับภาพถ่ายร่างของน้องแตงโมวันแรก “ก่อน”ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะมีการตรวจรอบ 2
ซึ่งการตรวจรอบ 2 ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมนั้น เป็นการดำเนินการ “ภายหลัง” จากการตรวจและเย็บปิดบาดแผลของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านั้นไปแล้ว จึงไม่เห็นบาดแผลตั้งแต่แรก


แต่ปรากฏว่าความจริงแล้ว สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ถ่ายภาพร่างน้องแตงโม “ก่อน” เย็บปิดแผลไว้ด้วย โดยปรากฎเป็นภาพถ่าย “สำเนา” ภาพขาวดำในเอกสารประกอบคำฟ้องคนบนเรือในข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งไม่มีการนำสืบหลักฐานชุดภาพขาวดำดังกล่าวในชั้นศาลแม้แต่ครั้งเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ไฟล์ดิจิตอลภาพร่างน้องแตงโมในวันเกิดเหตุกลับไม่อยู่เป็นส่วนหนึ่งในเอกสารประกอบคำฟ้องคนเรือด้วย ทั้งๆ ทึ่เป็นหลักฐานสำคัญที่จะพิสูจน์ว่ากรณีของน้องแตงโมว่าไม่ได้ตกน้ำและโดนใบพัดเรือ แต่เป็นการฆาตกรรม โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันอำพรางคดีความให้เป็นอุบัติเหตุเป็นขบวนการหรือไม่

แต่ทำให้ทราบความจริงได้ว่าชุดภาพต้นฉบับไฟล์ดิจิตอลร่างน้องแตงโม ได้มีการถ่ายเอาไว้โดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม “ก่อน”การชันสูตรและเย็บบาดแผลรอบแรกโดยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจอย่างแน่นอน

แต่การดำเนินการของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ “ประวิงเวลา”หรือไม่ ในการส่งมอบหลักฐานดังกล่าวให้กับ “คุณแม่น้องแตงโม” ในฐานะผู้เสียหายตามกฎหมาย หรือ ส่งมอบให้เจ้าพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ที่กำลังสืบสวนในการบิดเบือนคดีความนี้ ซึ่งได้ขอไป แต่ก็ไม่เคยได้รับไฟล์ภาพดังกล่าวเช่นเดียวกันจนถึงทุกวันนี้ เพราะอะไร?

ถามว่าภาพนี้สำคัญอย่างไร?

คำตอบคือ เพราะไม่มีไฟล์ภาพดิจิตอลจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และไม่มีไฟล์ภาพดิจิตอลสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก่อนทำการเย็บแผลปรากฏเป็นหลักฐานสำคัญในหลักฐานประกอบสำนวนเลย เพราะอะไร?
โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายได้โดย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่ข้อพับ “เข่าขวา” ของร่างน้องแตงโม 3 แผล โดยมี 1 แผลที่ข้อพับเข่าขวา ลึกจนปรากฏภาพไขมันปลิ้นออกมา เมื่อพิจารณาทั้งระยะของแผล ขนาดแผล ลักษณะ และองศาของแผล ไม่สามารถเกิดขึ้นจากใบพัดเรือเดี่ยวได้เลย


ขอให้วิญญูชนได้โปรดพึงพิจารณาผ่าน “เส้นเวลา” ว่า คำแถลงแก้ตัวของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่ยังไม่ดำเนินการส่งมอบไฟล์ชุดภาพดังกล่าว ฟังขึ้นหรือไม่ ดังนี้

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 คุณแม่น้องแตงโมมอบอำนาจให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ทำหนังสือขอไฟล์ภาพดิจิตอลร่างน้องแตงโม ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ภายหลังได้ทราบว่ามีไฟล์ภาพนี้อยู่ โดยปรากฏในสำเนาภาพขาวดำในสำนวนคดีฟ้องคนบนเรือ

ทนายของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ทวงถามทางโทรศัพท์ มาโดยตลอดแต่ไม่มีคำตอบ ใช้เวลา 3 เดือนครึ่ง ด้วยการตอบกลับมา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สั้นๅ ว่าคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์มีมติเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 “ขอให้แจ้งเหตุผลเพิ่มเติม“ และให้ตอบกลับมาภายใน 15 วัน

มีคำถามว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม หลังทราบหนังสือคำขอไฟล์ภาพดิจิตอล กลับใช้เวลานานถึง 3 เดือนครึ่งเพื่อ “ขอเหตุผลเพิ่มเติมแบบเลื่อนลอย” เหตุใดยังต้องใช้เวลาตอบหนังสือหลังรู้มติของคณะกรรมการฯ ถึง 22 วัน เพราะอะไร?
นับเป็นการตอบหนังสือที่แปลกมาก เพราะนอกจากจะไม่ระบุว่าที่คณะกรรมการฯต้องการให้ชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมนั้นคืออะไร เนื้อหาอย่างไร แต่กลับทำหนังสือแบบเลื่อนลอยโดยที่ไม่ได้ระบุอะไรชัดเจนด้วย ซึ่งใช้เวลานานถึง 3 เดือนครึ่ง เพราะอะไร? มีเหตุมีผลอันสมควรจริงหรือไม่?

จึงเป็นที่น่าสงสัยว่านายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงรายงาน นำเสนอต่อคณะกรรมการฯ อย่างไร และได้รายงานถึงเหตุผลที่ปรากฎในหนังสือไปแล้วด้วยหรือไม่ และใช้เวลาพิจารณานานถึง 3 เดือนครึ่งเพราะอะไร โดยไม่เคยสอบถามอะไรเพิ่มเติมจากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินมาก่อนด้วย

ยังไม่นับประเด็นที่ว่าเจ้าพนักงานสืบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ทำเรื่องคดีน้องแตงโมเช่นเดียวกัน และทำหนังสือไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอหลักฐานเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองเช่นเดียวกัน เพราะอะไร?
นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่า เรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร มีเหตุผลอะไร และจะต้องอำนวยความยุติธรรมให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้เสียหายอย่างไร? เพราะมีหนังสือไปขอไฟล์ภาพชุดดังกล่าวจากทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคุณแม่น้องแตงโม

ถามว่านายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการฯ อย่างละเอียดครบถ้วนตามหน้าที่แล้ว จริงหรือไม่ จึงเป็นผลทำให้คณะกรรมการฯ มีมติให้ คุณแม่น้องแตงโม ชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมแบบเลื่อนลอย และไม่ระบุประเด็น เพราะอะไร?
หรือมีคณะกรรมการฯคนใดขัดขวางในการแสวงหาความยุติธรรมนี้ หรือไม่อย่างไร? ก็ไม่ชี้แจงอีก

ข้อสำคัญคือเมื่อเวลา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำหนังสือสอบถามเหตุผลเพิ่มเติมแบบเลื่อนลอย ที่ใช้เวลาตอบจดหมายตอบกลับนาน 3 เดือนครึ่ง แต่เวลาแจ้งให้คุณแม่น้องแตงโม กลับเร่งรัดให้ตอบกลับมาภายใน 15 วันอีกด้วย ดูแล้วมันเป็นเหตุผลอันสมควรจริงหรือไม่

เมื่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำหนังสือเร่งรัดมาให้ตอบภายใน 15 วัน คุณแม่น้องแตงโมจึงมอบหมายให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินตอบกลับในสิทธิทางกฎหมายและเนื้อหา ได้ทันเวลาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยวิญญูชนทั่วไปคงนึกว่าที่เร่งรัดให้ต้องตอบคำถามเลื่อนลอยภายใน 15 วันนั้น เพราะนายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม คงจะเร่งรัดตอบกลับมาใช่หรือไม่

คำคอบคือผ่านไปอีก 3 เดือนก็ไม่มีคำตอบอะไร เหมือนเดิม

เมื่อถึงตอนนี้รวม 6 เดือนเศษแล้ว เพียงพอหรือยังที่จะได้แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ว่า มีการถ่วงเวลาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการถ่วงเวลาไม่ให้ไฟล์ภาพต้นฉบับน้องแตงโมกับทั้ง คุณแม่น้องแตงโม และพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษที่ทำคดีน้องแตงโมหรือไม่

ด้วยเหตุผลนี้ คุณแม่น้องแตงโมจึงต้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษ “ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์” กระทรวงยุติธรรม และ“ผู้เกี่ยวข้อง” ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้พิจารณา ให้ถือเป็นการบิดเบือนคดีความโดยเจ้าหน้าที่รัฐในขบวนการเดียวกันด้วย
แต่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ก็ยังตอบกลับมาเหมือนเดิมแบบเลื่อนลอย สรุปความได้ว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์โดยไม่เคยตอบกลับว่า ผู้ร้องขอ คือ คุณแม่น้องแตงโม ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ขาดคุณสมบัติหรือไม่มีสิทธิตรงไหน ที่จะไม่ทำให้ได้รับไฟล์ภาพต้นฉบับ และที่สำคัญคือไม่มีคำตอบว่าจะพิจารณาเมื่อไหร่ และเสร็จเมื่อไหร่

จึงเป็นแถลงการณ์ที่เลื่อนลอยและอยุติธรรมเหมือนเดิม หรือไม่?

สมควรหรือไม่ที่จะดำเนินคดีความเอาผิดทุกแง่มุมคนที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ศาสตราภิชาน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออกมหาวิทยาลัยรังสิต
ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
27 เมษายน 2569