xs
xsm
sm
md
lg

โซเชียลถกสนั่น! รถสามล้อไฟฟ้าไม่มีทะเบียนทำ พ.ร.บ. ได้ไหม? หลังลูกสาวโพสต์แม่ขี่ล้มแต่เบิกค่ารักษาไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รู้ไว้ก่อนสาย! โซเชียลแชร์ว่อนกรณีอุบัติเหตุจากรถไฟฟ้าเบิกสิทธิบัตรทองไม่ได้ หากไม่มี พ.ร.บ. เผยเงื่อนไขสำคัญที่คนใช้รถไฟฟ้าต้องรู้ หากมอเตอร์ไม่ถึงเกณฑ์-จดทะเบียนไม่ได้ เสี่ยงต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลส่วนแรกเองทั้งหมด 30,000 บาท ด้านชาวเน็ตแห่เตือนอย่าเน้นแค่สะดวกแต่ต้องรอบคอบเรื่องสิทธิคุ้มครอง

วันนี้(27 เม.ย.) มีประเด็นที่ได้รับความสนใจและเกิดการถกเถียงในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกรายหนึ่งในกลุ่ม “พวกเราคือผู้บริโภค” ได้โพสต์ข้อความบอกเล่าประสบการณ์และขอคำปรึกษา กรณีคุณแม่ประสบอุบัติเหตุขณะขับขี่รถสามล้อไฟฟ้า แต่กลับพบปัญหาใหญ่ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล

ผู้โพสต์ระบุว่า คุณแม่ได้ซื้อรถสามล้อไฟฟ้าจากร้านค้าทั่วไปมาใช้งานนานกว่า 1 ปี โดยไม่มีเอกสารข้อมูลรถติดมาด้วย จนกระทั่งเมื่อวานนี้เกิดอุบัติเหตุล้มภายในหมู่บ้านและได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาได้ทันที เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถทุกชนิดตามกฎหมาย จะต้องใช้สิทธิจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นอันดับแรก หากไม่มี พ.ร.บ. ผู้ป่วยต้องเป็นผู้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า รถไฟฟ้าที่ไม่มีเอกสารและไม่มีทะเบียนจะสามารถทำ พ.ร.บ. ได้จริงตามที่โรงพยาบาลระบุหรือไม่

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ได้มีสมาชิกในกลุ่มเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลในเชิงกฎหมายเป็นจำนวนมาก โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ กฎการใช้สิทธิรักษา ตามระเบียบกรณีอุบัติเหตุจากรถ โรงพยาบาลจะเรียกเก็บค่ารักษาจากสิทธิ พ.ร.บ. ก่อนในวงเงิน 30,000 บาทแรก หากรถคันดังกล่าวไม่มี พ.ร.บ. เจ้าของรถหรือผู้ประสบภัยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกนี้เอง ก่อนจะสามารถใช้สิทธิบัตรทองในส่วนที่เกินจาก 30,000 บาทได้

เงื่อนไขการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและทำ พ.ร.บ. ได้นั้น ต้องมีกำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 0.5 กิโลวัตต์ (500 วัตต์) ขึ้นไป และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่ต่ำกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากสเปกไม่ถึงจะไม่สามารถจดทะเบียนได้ และตามกฎหมายไม่ควรนำมาวิ่งบนถนนสาธารณะ

สมาชิกหลายรายตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันมีการใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็กในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักขาดความรู้เรื่องการทำ พ.ร.บ. และการจดทะเบียน ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจึงต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ทิ้งท้ายว่าเจตนาที่โพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์และให้ความรู้แก่ผู้ที่คิดจะซื้อรถไฟฟ้ามาใช้งาน ให้ตรวจสอบเรื่องเอกสารและความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในอนาคต