(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/04/iran-diplomat-leaves-islamabad-trump-cancels-us-delegation-trip/)
Iran diplomat leaves Islamabad, Trump cancels US delegation trip
by Julia Conley and Jake Johnson
26/04/2026
ขณะที่อิหร่านระบุว่า คณะบริหารทรัมป์ไม่ได้มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการทางการทูต พวกนักวิพากษ์วิจารณ์ก็สำทับว่า สหรัฐฯกำลังดิ้นรนหนักเพื่อให้เตหะรานเจรจาสันติภาพด้วย แต่ยังคงปากแข็งพยายามบิดเบื้อนเป็นตรงกันข้าม
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ (25 เม.ย.) ที่ผ่านมา ประกาศยกเลิกกะทันหัน แผนการจัดส่งผู้เจรจา 2 คนของคณะบริหารของเขาเดินทางไปเยือนกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงปากีสถาน เพื่อการเจรจาทางการทูตมุ่งยุติสงครามของเขาในอิหร่าน โดยอ้างเหตุผลว่าทริปเดินทางนี้จะ “มีงานต้องทำมากจนเกินไป”
ทรัมป์ประกาศการตัดสินใจ [1] เช่นนี้ของเขา หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ได้เดินทางออกจากอิสลามาบัดไปแล้วในวันเสาร์เดียวกันนี้ โดยเขียนเอาไว้ในโพสต์ทางโซเชียลมีเดีย [2] ว่า เขาได้ส่งเรื่อง “จุดยืนของอิหร่านว่าด้วยกรอบโครงที่สามารถสานต่อได้เพื่อการยุติสงครามที่กระทำกับอิหร่านอย่างเป็นการถาวร” ฝากเอาไว้กับทางพวกเจ้าหน้าที่ปากีสถานแล้ว อารักชีกล่าวต่อไปด้วยว่า เขา “ยังมองไม่เห็นเลยว่าสหรัฐฯมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงหรือไม่ ในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการทางการทูต”
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเจ้าหน้าที่อิหร่านพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก [3] ว่า พวกเขาไม่มีความตั้งใจใดๆ [4] เลยที่จะเข้าเกี่ยวข้องดำเนินการเจรจาโดยตรงกับคณะบริหารทรัมป์ในสุดสัปดาห์นี้ ตราบใดที่การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านยังคงมีผลบังคับอยู่ ทว่าถึงแม้เจอกับพวกคำแถลงที่ชัดเจนเหล่านี้จากคณะผู้นำของอิหร่าน ทำเนียบขาวของทรัมป์ก็ยังคงยืนกรานต่อไปอีก [5] ว่า จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ จะเปิดการเจรจาโดยตรงอีกรอบหนึ่งกับทางเจ้าหน้าที่อิหร่านในอิสลามาบัด หลังจากที่การพูดจาก่อนหน้านี้ยุติลงโดยไม่สามารถทำดีลอะไรกันได้
“เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ทรัมป์จะคอยอ้างอยู่เรื่อยว่าฝ่ายอิหร่านกำลังอ้อนวอนขอพูดจาด้วย ขณะที่อิหร่านบอกว่าที่พูดมานั่นไม่จริงหรอก” นี่เป็นข้อสังเกต [6] ของ เจอเรมี สคาฮิลล์ (Jeremy Scahill) แห่งเว็บไซต์ข่าว ดร็อปไซต์ (Drop Site) “สหรัฐฯจะบอกว่าอิหร่านต่างหากกำลังโกหก แล้วต่อมามันก็ออกมาอย่างเป็นที่ชัดเจนว่าอิหร่านหมายความอย่างที่พวกเขาพูดเอาไว้”
ในข้อเขียนแบบคาดการณ์ประเมินผลซึ่งนำออกเผยแพร่ตั้งแต่ก่อนที่ทรัมป์ยกเลิกทริปเดินทางของคณะผู้แทนของเขา สคาฮิลล์ เขียน [7] เอาไว้ว่า “ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยว่ามันเป็นทางสหรัฐฯนั่นแหละที่เวลานี้กำลังหาทางเปิดการเจรจาโดยตรง ไม่ใช่อิหร่านหรอก”
“อิหร่านยังคงเชื่อว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่สหรัฐฯกับอิสราเอลจะฟื้นสงครามขึ้นมาอีก และแสดงท่าทีว่าตนมีการเตรียมตัวทั้งการโจมตีตอบโต้แก้เผ็ด ตลอดจนการปฏิบัติการอื่นๆ ในรูปแบบใหม่ๆ รวมทั้งในช่องแคบฮอร์มุซด้วย” สคาฮิลล์ กล่าวต่อไปว่า “พวกผู้บังคับบัญชาทางทหารของพวกเขาเพิ่งพูดกันว่า ขณะที่สหรัฐฯมีการเคลื่อนไหวโยกย้ายเอาทรัพย์สินทางทหารต่างๆ เพิ่มเติมเข้ามาในภูมิภาคระหว่าง “การหยุดยิง” เตหะรานก็กำลังใช้ช่วงเวลานี้ไปในการเตรียมพร้อมระบบอาวุธต่างๆ ของพวกเขาเองเพื่อการสู้รบเพิ่มมากขึ้น”
ทรัมป์ยังคงอวดอ้างยืนยันในวันเสาร์ (25 เม.ย.) ว่า คณะบริหารของเขาถือ “ไพ่ใบเด็ดทุกใบเอาไว้แล้ว” รวมทั้งบอกว่าคณะผู้นำอิหร่านกำลังอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย ทว่า ซินา ทูสซี (Sina Toossi) นักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์เพื่อนโยบายระหว่างประเทศ (Center for International Policy) องค์การคลังสมองซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ในวอชิงตันและนิวยอร์ก เขียน [8] เอาไว้ว่า “ทรัมป์ไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้นอาการดิ้นพล่านสุดฤทธิ์ต้องการทำความตกลง ที่กำลังไหลซึมออกมาได้หรอก”
“ดังนั้น เขาจึงสร้างเรื่อง “ความแตกแยก” ในเตหะรานขึ้นมาเพื่ออธิบายการที่ตัวเอง ถูกเท ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ทูสซี กล่าวต่อ “แนวทางของอิหร่านนั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย นั่นคือ การเรียกร้องให้ยกเลิกการปิดล้อม และการยึดมั่นยืนยันสิ่งที่ถือเป็นเส้นสีแดงแกนกลางซึ่งห้ามละเมิดล่วงล้ำของฝ่ายตน พวกเขากำลังเล่นไม้แข็งเด็ดขาด แต่เขากำลังพยายามบิดเบือนข้อมูลแบบน้ำขุ่นๆ”
ทรัมป์ยกเลิกทริปเดินทางของคุชเนอร์-วิตคอฟฟ์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสื่อเครือข่ายทีวี เอ็นบีซีนิวส์ รายงาน [9] ว่า “ฐานทัพและยุทโธปกรณ์อื่นๆ ของอเมริกันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ประสบความเสียหายหนักหน่วงจากการโจมตีของอิหร่านในระดับเลวร้ายยิ่งกว่านักหนาจากการแถลงยอมรับต่อสาธารณชน และเป็นที่คาดหมายว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อซ่อมแซม”
“สงครามอิหร่านเป็นความหายนะทั้งทางยุทธวิธีและทางยุทธศาสตร์” ทูสซี บอก [10] “ถึงแม้มีความพยายามอย่างหนักหน่วงที่จะควบคุมเรื่องเล่าเกี่ยวกับสงครามคราวนี้ แต่มันก็เป็นที่ชัดเจนเพียงพอแล้วเมื่อดูกันแค่เรื่องที่ว่าฐานทัพและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายไปมากมายขนาดไหน สงครามครั้งนี้ทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับและก่อให้เกิดความเสียหายหนักหน่วงนักหนายิ่งกว่าที่พวกสนับสนุนมันต้องการที่จะยอมรับ”
เมื่อคนข่าวของเว็บเซเลบฯกลายเป็นผู้ตั้งคำถามสุดโหด
เมื่อพูดกันถึงเรื่องความเสียหาย รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ณ การแถลงข่าวครั้งล่าสุดที่เพนตากอนในวันศุกร์ (24 เม.ย.) ที่ผ่านมา นอกเหนือจากประกาศการข่มขู่คุกคามล่าสุด [11] ของเขาต่อพวกนักหนังสือพิมพ์ที่หาญกล้าเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารปกปิดถูกจัดชั้นความลับซึ่งได้มาจากแหล่งข่าวต่างๆ ที่ไม่เปิดเผยตัวแล้ว เขายังเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนให้แก่การแสดงความเห็นของเขาด้วยถ้อยคำวาจารุนแรง ซึ่งกำลังกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปเสียแล้วในการพูดจาต่อสาธารณะของเขา
ทั้งนี้ เฮกเซธ บอก [12[ ว่า กองทัพสหรัฐฯจะ “ยิงใส่และสังหาร” เรืออิหร่านลำใดก็ตามที่ถูกตรวจพบว่ากำลังพยายามรบกวนการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเวลานี้ยังคงถูกปิดอยู่ถึงแม้มีการขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านออกไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา
เขากล่าวต่อไปว่า “เราจะยิงใส่เพื่อทำลายเรือ ไม่มีการรั้งรอใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับการยิงใส่พวกเรือขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน” –ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงการโจมตีหลายครั้งที่ได้สังหารผู้คนไปอย่างน้อย 180 คนที่ถูกสหรัฐฯกล่าวหาว่ากำลังลักลอบค้ายาเสพติด ในการปฏิบัติการที่ถูกประณามอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในการเข่นฆ่าสังหารแบบใช้อำนาจศาลเตี้ยนอกกระบวนการยุติธรรม หรือกระทั่งต้องถือเป็นการฆาตกรรม
“กระทรวงสงคราม เตรียมพร้อมอยู่แล้วสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นถัดจากนี้ มีการล็อกเป้าเอาไว้แล้วและขึ้นลำพร้อมยิงเอาไว้แล้ว” เป็นคำกล่าวของรัฐมนตรี ผู้ซึ่งยังแสดงความดูถูกดูหมิ่นกฎระเบียบว่าด้วยการปะทะในเวลาทำสงคราม ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องพลเรือน โดยเขาเรียกมันว่าเป็นกฎระเบียบ “งี่เง่า” เขาประกาศว่า “เราจะใช้กำลังขั้นสูงสุด จนถึงกำลังขั้นเด็ดขาดถึงแก่ชีวิตด้วย ถ้าหากจำเป็น”
ภายในบริบทเช่นนี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสมควรแก่การชี้ให้เห็นด้วยว่า ท่ามกลางความพยายามที่จะยกระดับเพิ่มขยายการควบคุมสื่อมวลชนในการรายงานข่าวเกี่ยวกับงานในกระทรวงของเขา –ซึ่งรวมทั้งการที่เมื่อวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) เพนตากอนได้ออกคำสั่งไล่ออก [13] เจ้าหน้าที่ตรวจการอิสระ (ออมบุสแมน) ผู้หนึ่งของหนังสือพิมพ์ “สตาร์ส แอนด์ สไตรป์ส” (Stars and Stripes) ที่เป็นสื่อมวลชนทำหน้าที่เสนอข่าวในกองทัพสหรัฐฯ ตลอดจนการที่เขาเรียกร้อง [14] ให้นักหนังสือพิมพ์ทั้งหลายต้องยินยอมปฏิบัติตามนโยบายของเขาในการห้ามรายงานข่าวใดๆ ที่ทางกระทรวงไม่ได้เห็นชอบ –ได้มีสื่อมวลชนด้านข่าวสำนักหนึ่ง ที่เป็นหน้าใหม่สำหรับแวดวงการทำข่าวส่วนราชการในกรุงวอชิงตัน ก้าวเข้าสู่ห้องแถลงข่าวของเพนตากอน เมื่อวันศุกร์ (24 เม.ย.) ที่ผ่านมา
ผู้แทนของสื่อมวลชนรายนี้ ซึ่งมีความคุ้นเคยมากกว่ากับการเผยแพร่ข่าวซุบซิบเซเลบริตีทั้งหลายยิ่งกว่าการเสนอข่าวการเมือง ได้ตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ระดับท็อปทางด้านการทหารผู้นี้ ด้วยคำถามชนิดที่ไม่เคยมีผู้ถามกันมาก่อน เกี่ยวกับการโจมตีมุ่งสังหารผลาญชีวิต ซึ่งเขาได้ออกคำสั่งไปในระยะไม่กี่เดือนหลังๆ มานี้
“ผมได้ยินท่านพูดคุยเอาไว้มากมายเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดใส่ผู้คนและสถานที่ต่างๆ” เป็นอารัมภบทก่อนตั้งคำถามของ เจค็อบ วาสเซอร์แมน (Jacob Wasserman) แห่ง ทีเอ็มซี (TMZ) สื่อมวลชนด้านข่าวที่เน้นหนักข่าวเซเลบฯ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้เองเพิ่งขยายการเสนอข่าวของตนให้ครอบคลุมข่าวการเมืองด้วย โดยได้เปิดสำนักงานแห่งหนึ่งขึ้นในกรุงวอชิงตัน “และเมื่อท่านออกคำสั่งเหล่านี้ที่ให้ดำเนินการใช้ความรุนแรงระดับสุดขีดนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นมาผ่านทางจิตใจของท่านและทางร่างกายของท่านเป็นยังไงบ้าง? ท่านรู้สึก อย่างเช่น มีสารอะดรินาลิน ฉีดซ่านไปทั่วตัวหรือไม่? ท่านมีความรู้สึกหวาดกลัวไหม? ท่านมีความรู้สึกเหมือนกับท่านกำลังอยู่ในทริปแห่งการแสดงอำนาจหรือเปล่า?”
เฮกเซธ ดูเหมือนอยู่ในอาการงุนงง ก่อนแสยะยิ้มและกล่าวเยาะๆ คำถามนี้ว่าเป็น “คำถามแบบ TMZ เอามากๆ” เขารีบปฏิเสธว่า เรื่อง “ทริปแห่งการแสดงอำนาจ” ไม่ได้มีบทบาทต่อการตัดสินใจของเขาที่ให้เข้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในสถานที่นานา รวมไปถึงอิหร่าน ซึ่งมีผู้คนอย่างน้อย 3,375 คน [15] ถูกสังหารไปในการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล ในจำนวนนี้เป็นเด็กๆ อย่างน้อย 200 คน [16] , หรือที่ทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งการรณรงค์ทิ้งระเบิดใส่เรือต่างๆ ยังกำลังดำเนินอยู่ ตลอดจนที่เอกวาดอร์ [17] ซึ่งกองทหารสหรัฐฯได้เปิดฉากการรณรงค์ร่วมกับฝ่ายทหารของประเทศนั้นเมื่อเดือนที่แล้ว โดยพุ่งเป้าเล่นงานพวกผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ค้ายาเสพติดในประเทศนั้น
เขากล่าวว่า “กระบวนการทางความคิด (ของผม) มีแต่เรื่องการทำให้แน่ใจว่าพวกนักรบเข้าสู่สงครามของเรา มีทุกสิ่งทุกอยย่างที่พวกเขาต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ, สร้างความปราชัยและทำลายข้าศึก” ก่อนที่จะหยอดถ้อยคำวาจารุนแรงมากขึ้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่ง วาสเซอร์แมน ได้พูดถึงอย่างอ้อมๆ ในตอนพูดเกี่ยวกับ “การใช้ความรุนแรงกับข้าศึกในระดับสูงสุด”
ทางด้าน ชาร์ลี คอตทอน (Charlie Cotton) เพื่อนร่วมงานของ วาสเซอร์แมน ได้ทำหน้าที่ซักไซ้เพิ่มเติม ด้วยการตั้งคำถามว่า เฮกเซธ ผู้ซึ่งกล่าวอ้างว่า กระทรวงกลาโหม (Department of Defense) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงสงคราม (Department of War) แล้ว ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติรับรองจากรัฐสภาเสียก่อนนั้น จะพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ในการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานแห่งนี้ให้เป็น กระทรวงสันติภาพ (Department of Peace) “เนื่องจากนั่นเป็นสิ่งที่พวกเราทั้งหมดต่างมุ่งแสวงหาให้ได้มา”
คำถามนี้ทำเอา เฮกเซธ ผู้ซึ่งไม่กี่อึดใจก่อนหน้านั้นกำลังเรียกร้องต้องการ “ความรุนแรงระดับสูงสุด” ต้องรีบหันมาแสดงความเห็นว่า “สถาบันหนึ่งที่สมควรเป็นผู้ชนะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพทุกๆ ปี ก็คือฝ่ายทหารของสหรัฐฯ เพราะเราเป็นผู้ค้ำประกันความปลอดภัยและความมั่นคง ไม่เฉพาะแค่ให้แก่ประเทศของเราเท่านั้น แต่ยังให้แก่ประชาชนจำนวนมากมายในโลกนี้อีกด้วย”
ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ (http://commondreams.org/)
เชิงอรรถ
[1] https://truthsocial.com/@realDonaldTrump/posts/116466283877725023
[2] https://x.com/araghchi/status/2048078742627488207
[3] https://thehill.com/policy/international/5848420-iran-denies-direct-us-talks/
[4] https://x.com/IRIMFA_SPOX/status/2047787169776038085
[5] https://thehill.com/homenews/administration/5847794-iran-talks-trump-administration-pakistan-kushner-witkoff/
[6] https://x.com/jeremyscahill/status/2048084713919652311
[7] https://x.com/jeremyscahill/status/2047992639945916776
[8] https://x.com/SinaToossi/status/2048096717833158935
[9] https://www.nbcnews.com/world/iran/iran-caused-extensive-damage-us-military-bases-publicly-known-rcna331853
[10] https://x.com/SinaToossi/status/2048094139451904230
[11] https://www.commondreams.org/news/hegseth-threatens-journalists
[12] https://www.war.gov/News/Transcripts/Transcript/Article/4470197/secretary-of-war-pete-hegseth-and-chairman-of-the-joint-chiefs-of-staff-gen-dan/
[13] https://www.commondreams.org/news/stars-and-stripes-ombudsman
[14] https://www.commondreams.org/news/pentagon-press-policy
[15] https://www.aljazeera.com/news/2026/3/1/us-israel-attacks-on-iran-death-toll-and-injuries-live-tracker
[16] https://www.commondreams.org/news/children-in-war
[17] https://www.commondreams.org/news/us-troops-in-ecuador

