เอเจนซีส์ - มือปืนวัย 31 ปีศิษย์เก่า CALTEC บุกเปิดฉากยิงงานกาล่าดินเนอร์นักข่าวทำเนียบขาวเมื่อเวลา 20.35 น. วันเสาร์(25 เม.ย) ก่อนอยู่ในการควบคุมตัว ยอมรับตั้งใจยิงเจ้าหน้าที่รบ.สหรัฐฯ ทั้งทรัมป์และเมลาเนีย ทรัมป์พร้อมคณะครม.ปลอดภัยอพยพออกได้ทันแต่ตำรวจลับสหรัฐฯโดนยิงระยะประชิดแต่โชคดีสวมเสื้อเกราะ เจ้าหน้าที่เชื่อทำคนเดียว ด้านนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ออกแถลงการณ์รู้สึกตกใจต่อเหตุที่เกิดและรู้สึกยินดีที่ผู้นำสหรัฐฯและคนอื่นๆไม่ได้รับบาดเจ็บเกิดขึ้น 1 วันก่อนพระเจ้าชาร์ลสที่ 3 และพระราชินี คามิลลา แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษจะเริ่มต้นการเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้
บีบีซีของอังกฤษรายงานวันนี้(26 เม.ย)ว่า ตำรวจสหรัฐฯเปิดเผยว่าคนร้ายเป็นแขกในโรงแรมวอชิงตันฮิลตันโฮเตลซึ่งเป็นสถานที่จัดงานและมีอาวุธมากมายทั้งปืนยาว ปืนพก และมีดหลายเล่ม
ทั้งนี้พบว่า โคล โทมัส อัลเลน (Cole Tomas Allen) วัย 31 ปีมาจากทอร์แรนซ์ (Torrance) ชานเมืองลอสแอนเจลิสที่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้
อ้างอิงจาก NBC News ของสหรัฐฯ อัลเลนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกลเมื่อปี 2017 ที่วิทยาลัย CALTEC ชื่อดัง ก่อนทำงานในตำแหน่งวิศวกรเครื่องกล 1 ปี และพบว่าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยสเตทแคลิฟอร์เนียในพฤษภาคมปี 2025 และทำงานเป็นนักพัฒนาวิดีโอเกมส์อิสระและติวเตอร์นอกเวลาให้กับสถาบันติวเตอร์มุ่งให้เด็กไฮสกูลสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ขณะที่เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานว่า ล่าสุด FBI แถลงว่าผู้ต้องหานั้นปัจจุบันโดนจับโดยฝีมือตำรวจลับสหรัฐฯและปัจจุบันอยู่ในการควบคุมตัว เกิดขึ้นหลังเขาแฝงตัวมาเป็นแขกของโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำนักข่าวทำเนียบที่มีแวดวงนักข่าวอาวุโส คนดัง นักการเมืองสหรัฐฯ และผู้นำสหรัฐฯเข้าร่วม
เหตุยิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 20.35 น.ตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯในวันเสาร์(25 เม.ย) ส่งผลทำให้นักข่าวต่างๆตเองรีบหลบลงใต้โต๊ะขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลข 1 เมลาเนีย ทรัมป์ และรวมไปถึงสมาชิกคณะรัฐมนตรีสหรัฐฯรวม รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี. แวนซ์ ที่ร่วมอยู่ในงาน ถูกอพยพโดยตำรวจลับสหรัฐฯกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ทรัมป์และคนอื่นๆไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงที่เกิดขึ้น
เดลีเมลรายงานว่า ทรัมป์เปิดเผบว่า เขาถูกเอเจนต์สั่งให้ต้องคลานบนพื้นอพยพออกจากโรงแรมเพื่อความปลอดภัย และในขณะที่ผู้นำสหรัฐฯและสุภาพสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯกำลังหลบซุ่มอยู่พบว่าเอเจนต์ตำรวจลับสหรัฐฯพาตัวรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ อพยพออก
มือปืนถูกดำเนินคดีเบื้องต้น 2 ข้อหาได้แก่ข้อหาอุกฉกรรจ์เกี่ยวข้องอาวุธปืนและข้อหาทำร้ายที่เขาต้องปรากฎตัวต่อหน้าศาลในวันจันทร์(27)
บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า อ้างอิงจาก CBS News ของสหรัฐฯพบว่า โคล โทมัส อัลเลน ให้การว่าเขามีเป้าหมายเพื่อยิงเจ้าหน้าที่ทรัมป์
ส่วนแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเปิดเผยว่า ดูเหมือนคนร้ายไม่ได้ระบุออกมาว่า เขามีเป้าหมายไปที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เขาแค่พูดว่า “เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ”
CBS News ยังอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยอีก 2 คนโดยชี้ว่า เหตุเกิดขึ้นมีการยิงออกมาไม่ต่ำกว่า 5 – 8 นัด
บีบีซีรายงานว่า ทั้งนี้ผู้นำสหรัฐฯเปิดเผยว่า มีตำรวจลับสหรัฐฯ 1 นายถูกยิงในระยะประชิดแต่รอดมาได้เพราะสวมเสื้อเกราะกันกระสุน ก่อนที่เขาจะเปิดเผยออกมาครั้งแรกบน Truth Social ว่า มือปืนโดนจับแล้ว
ทั้งนี้ผู้นำสหรัฐฯได้เปิดเผยว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ร้องขอให้เดินทางออกมาจากโรงแรมสถานที่จัดงานเพื่อความปลอดภัย
บนโซเชียลมีเดีย ทรัมป์ยังได้แชร์ภาพที่แสดงไปถึงการเริ่มต้นเหตุยิงที่งานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์นักข่าวทำเนียบขาวและตามมาด้วยภาพของคนร้ายมือปืนต้นเหตุ โดยทรัมป์บอกว่า “เป็นการกระทำแบบบ้าๆ”
ขณะเดียวกันผู้นำอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ออกอาการลุ้นสุดตัวหลังเกิดเหตุยิงในคืนวันเสาร์(25)ในงานเลี้ยงระดับไฮโปรไฟล์ของสหรัฐฯที่ซึ่งในวันจันทร์(27) พระประมุขอังกฤษ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษจะทรงเปิดฉากการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจของโลกและยังถือโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราชสหรัฐฯพอดี
โดยทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อวันพฤหัสบดี(23)ว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นบุรุษที่ยอดเยี่ยมและเชื่อว่าการเสด็จมาครั้งนี้จะสามารถทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติสหรัฐฯ-อังกฤษจะสมานได้จากปัญหาไม่ลงรอยประเด็น สงครามอิหร่าน
บีบีซีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์กล่าวว่า เขารู้สึกตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์นักข่าวนำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันในกลางคืนที่ผ่านมา
“การโจมตีใดๆต่อสถาบันทางประชาธิปไตยหรือต่อเสรีภาพของสื่อต้องได้รับการประณามด้วยถ้อยคำที่รุนแรงอย่างที่สุด” สตาร์เมอร์กล่าว
ในการแถลงเขาออกมายอมรับว่า เป็นความโล่งใจครั้งใหญ่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ เมลาเนีย ทรัมป์ และผู้เข้าร่วมงานคนอื่นๆไม่ได้รับอันตราย
ด้านอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ คิม ดาร์ร็อค(Kim Darroch) แสดงความเห็นกับบีบีซีว่า “แน่นนอนที่สุดเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย” ในการจัดงาน
“สิ่งที่คุณต้องทำคือ แสดงบัตรเชิญ...เพื่อที่จะเข้าไปในอาคาร” และหลังจากนั้นถึงสามารถเข้าไปที่ห้องบอลรูมนั้นต้องผ่านเครื่องตรวจสอบโลหะและการตรวจสัมภาระ
พร้อมกับแสดงความเห็นต่อว่า “แต่นี่เป็นโรงแรมและเต็มไปด้วยแขกที่อยู่ในโรงแรม”
ดาร์ร็อคกล่าวต่อว่า “สำหรับใครก็ตามที่มีเจตนาร้าย มีเพียงแค่ด่านความมั่นคงเดียวที่คุณต้องผ่าน”

