The Wall Street Journal เมินทำตามข้อเรียกร้องให้ลบข้อความ “Scambodia” ออกจากบทความ ทำแค่ลงจดหมายประท้วงจากรัฐมนตรีสารสนเทศกัมพูชา ในหมวด “ความคิดเห็น” ด้านกระทรวงเขมรย้ำต้องลบออก จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศ
วันนี้ (25 เม.ย.) สื่อมวลชนกัมพูชารายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนายเทพ อัสนาริท โฆษกกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal (WSJ) ได้ตัดสินใจเผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็น (Opinion Piece) ตามเนื้อหาในจดหมายของนายเนตร ภักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ที่ส่งถึงบรรณาธิการและผู้บริหารของ WSJ กรณีที่สื่อดังกล่าวเผยแพร่บทความโดยใช้คำว่า “Scambodia”
ในหนังสือดังกล่าวสารสนเทศกัมพูชาได้เน้นย้ำว่า แม้คำว่า Scambodia จะอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ (“ ”) และมีคำอธิบายประกอบ แต่ก็ยังมีความหมายในเชิงดูหมิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทั้งประเทศและประชาชนกัมพูชา โดยเชื่อว่าสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อระดับนานาชาติ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่อาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือกระทบต่อเกียรติยศ
นายเทพระบุอีกว่า การเผยแพร่เนื้อหาจดหมายของรัฐมนตรีกระทรวงสารสนดทศกัมพูชาในหมวด “ความคิดเห็น” ดังกล่าว แสดงว่า WSJ ได้ยอมรับข้อท้วงติงของกัมพูชา ซึ่งเปิดโอกาสให้สาธารณชนทั่วโลกได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจุดยืน ความมุ่งมั่น และความพยายามของกัมพูชาในการต่อสู้กับอาชญากรรมหลอกลวงทางเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเผยแพร่บทความดังกล่าว กระทรวงสารสนเทศยังคงยืนหยัดเรียกร้องให้ WSJ ลบคำว่า “Scambodia” ซึ่งถือเป็นคำดูหมิ่นและบั่นทอนชื่อเสียงของประเทศกัมพูชา ตามที่ได้ระบุไว้ในจดหมายอย่างเป็นทางการ โดยเห็นว่าการนำชื่อประเทศที่มีอธิปไตยไปใช้ในลักษณะดังกล่าว เป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และเป็นการละเมิดจรรยาบรรณสื่ออย่างร้ายแรงที่ไม่อาจยอมรับได้
กระทรวงสารสนเทศจะติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชา ในฐานะสมาชิกที่เท่าเทียมในประชาคมระหว่างประเทศ และในฐานะประเทศแนวหน้าของภูมิภาคที่เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้หมดไปจากแผ่นดิน
โฆษกกระทรวงสารสนเทศกัมพูชายังย้ำว่า หลังจาก WSJ เผยแพร่บทความหัวข้อ “How Cybercrime Became a Leading Industry in ‘Scambodia’” กระทรวงได้ตอบโต้ทันที เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหามีการใช้ถ้อยคำที่ขาดความเป็นมืออาชีพและมีลักษณะบ่อนทำลายเกียรติยศของชาติ พร้อมทั้งส่งจดหมายเรียกร้องให้แก้ไขข้อผิดพลาดทางวิชาชีพ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามของกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์
นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงยังได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธและประณามอย่างหนัก ต่อการนำชื่อประเทศกัมพูชาไปเชื่อมโยงเชิงล้อเลียนกับปัญหาอาชญากรรมระดับโลก โดยระบุว่าเป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรงต่ออัตลักษณ์และศักดิ์ศรีของประชาชนกัมพูชาทั้งประเทศบนเวทีนานาชาติ

