ย้อนรอยการลักลอบล่าสัตว์ป่าและบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ กรณี “เผาป่า – ล่ากระทิง” ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยพื้นที่ป่าถูกไฟป่าลามเผาไหม้ไปแล้วประมาณ 5,000 ไร่ แม้มีการดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างทันท่วงที แต่มูลคาความเสียหายที่เกิดขึ้นประเมินค่ามิได้
22 เมษายน 2569 จากรายงานสถานการณ์ไฟป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบพื้นที่ป่าถูกไฟป่าลามเผาไหม้ไปแล้วประมาณ 5,000 ไร่ รวมทั้ง พบหลักฐานการล่ากระทิงในพื้นที่ไฟไหม้ชุมชนแม่คะเมยบน บ้านท่าเสลา ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
โดยพบกระทิง 2 ซาก มีร่องรอยถูกพรานใช้ปืนลูกซองแบบ 9 เม็ดยิงตาย กระสุนฝังในซากกระทิง และจากพยานหลักฐาน เชื่อว่าการล่ากระทิงเป็นสาเหตุของการเกิดไฟป่าที่ลุกลามขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ เพราะพฤติการณ์ของพรานจะใช้วิธีจุดไฟเผา เพื่อต้อนให้กระทิงมารวมตัวตามทิศทางที่กำหนด แล้วดักซุ่มยิงเป้าหมาย แต่ไฟที่จุดกลับลุกลามออกไปวงกว้าง จนกลายเป็นไฟเผาผลาญป่าขึ้น สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ต่อมา นายมงคล ไชยภักดีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สนธิกำลังฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เข้าจับกุม “นายประดิษฐ์” ชาวบ้านหมู่ 4 บ้านพุพลูบน ต.ยางน้ำกลัดใต้ อ.หนองหญ้าปล้อง จ. เพชรบุรีซึ่งเป็นหนึ่งใน สมาชิก อบต. ผู้ต้องสงสัยตามที่ปรากฎในกล้องวงจรปิด โดยเจ้าหน้าที่มีหลักฐานภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยเป็นพรานล่ากระทิง พบพฤติการณ์ขี่จักรยานยนต์ พกพาอาวุธปืนลูกซอง เข้าออกพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้ง ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำเครื่องมือล่าสัตว์เข้าเขตอุทยานแห่งชาติ ครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ การล่าสัตว์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและส่งผลกระทบร้ายแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยจะมีการดำเนินคดีขั้นสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบขบวนการลักลอบล่ากระทิงในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากการลงพื้นที่ติดตามขบวนการลักลอบล่ากระทิงพบหลักฐานอาวุธปืดมีดพกและซากกระทิง โดยตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มนายทุนต่างถิ่นเข้ามาสนับสนุนการล่ากระทิงในพื้นที่
กล่าวสำหรับ "กระทิง" เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 และเป็น 1 ใน 51 สัตว์ป่า ตามบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I ) ซึ่งมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ มีประเด็นเรื่องการลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่า อยู่เป็นประจำ โดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า กระทิงนั้นอยู่ลำดับที่ 8 จาก 10 อันดับสัตว์ป่าที่มีการลักลอบซื้อขายมากที่สุด
จากการสำรวจของกรมอุทยานฯ 18 กลุ่มป่า พบการกระจายของกระทิงอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าอนุรักษ์ 13 กลุ่มป่า ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 46 แห่ง กลุ่มป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์กระทิง ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันออก, กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่, กลุ่มป่าคลอง-เขาสก, กลุ่มป่าตะวันตก, กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว กลุ่มป่าแก่งกระจาน และกลุ่มป่าฮาลา-บาลา
อย่างไรก็ตาม การล่ากระทิงด้วยวิธีการเผาป่าเป็นพฤติการณ์โหดของพรานเหี้ย(ม)หลงยุค ทำให้หวนคำนึงถึงเหตุการณ์สะเทือนใจคนรักสัตว์ “คดีเสือดำแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร”กรณีการจับกุมเปรมชัย กรรณสูตประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 14.00 น. โดยศาลพิพากษาจำคุกเปรมชัยเป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน กรณี “เผาป่า - ล่ากระทิง” ส่งผลกระทบให้เกิดไฟป่าลามพื้นที่ป่ามรดกโลกแล้วกว่า 5,000 ไนายอรรถพล เจริญชันษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยภาพรวมสามารถควบคุมได้และยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายในลักษณะที่เป็นวงกว้างมากจนเกินไป โดยทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ส่งอากาศยาน เฮลิคอปเตอร์เข้ามาสนับสนุนทั้งในเรื่องของการดับไฟ และการส่งกำลังบำรุง มีการระหว่างบินสำรวจทางอากาศ ควบคู่กับการเดินเท้าสำรวจภาคพื้นดิน
สำหรับสาเหตุการเกิดไฟป่า หากสังเกตจุดฮอตสปอตการเกิดความร้อนจะอยู่ลึกมากเกือบถึงใจกลางป่า ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าไม่น่าจะเกิดจากชาวบ้านปกติทั่วไปที่ทำการเกษตรแถวชายป่า แต่อาจเกิดจากการจุดไฟและผู้ที่เข้าไปจุดต้องมีวัตถุประสงค์แอบแฝง ไม่ว่าจะเข้าไปตั้งแคมป์ หรือจุดไฟต้อนล่าสัตว์ หรือกระทำใดๆ
ในส่วนความเสียหายของเพลิงไหม้ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นป่ามรดกโลกในครั้งนี้ มีพื้นที่เสียหายรวม 11,419.75 ไร่ แบ่งออกเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดเพชรบุรี 271 จุด หรือ 8,569 ไร่ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 55 จุด หรือ 2,850.75 ไร่
สำหรับการดำเนินงานของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในเรื่องการจัดการสถานการณ์ไฟป่าได้มีการยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเน้นการบูรณาการกำลังพลร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ทหาร และอาสาสมัคร เพื่อจัดชุดลาดตระเวนและตั้งจุดสกัดไฟในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 14 กลุ่มป่าสำคัญ
รวมทั้งมีมาตรการดำเนินการเชิงรุกด้วยการเคาะประตูบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจกับมวลชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง ลดการเผาและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาบริหารจัดการแทน พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีโดรน (UAV) มาใช้สำรวจจุดความร้อนและสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในจุดที่เข้าถึงยากเพื่อให้การทำงานรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น และมีการดำเนินการจับกุมผู้ลักลอบเผาป่าดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด สั่งการให้ดำเนินคดีผู้ที่กระทำผิดให้ถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำเรื่องการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบล่าสัตว์ป่าและบุกรุกพื้นที่ป่าไม้แก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงฯ มีการดำเนินมาตรการป้องปรามเชิงรุกต่างๆ อาทิ การรณรงค์ร่วมกับเครือข่าย Thailand-WEN (Thailand Wildlife Enforcement Network) เพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ ยุติการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างยั่งยืน และการบูรณาการงานข่าวกรองและข้อกฎหมายเพื่อปิดวงจรอาชญากรรมสัตว์ป่าตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง ยกระดับสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคปกป้องสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติภายใต้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
สุดท้ายจากเหตุการณ์เผาป่าเพื่อล่ากระทิงได้ทำลายทั้งพื้นผืนป่าและชีวิตสัตว์ป่าหายาก ทำให้เห็นว่าการปกป้องผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แม้ทางการกำหนดบทลงโทษรุนแรง แต่หากคนยังขาดจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า ก็คงเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นในอนาคต.

