เกิดเหตุรถบรรทุกไม้เบรกแตกพุ่งชนรถยนต์- จยย.รวม 7 คัน เสียหายยับเยินบนถนนราชพฤกษ์ มีผู้เสียชวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย
วันนี้ (24 เม.ย.) ร.ต.ท.คณชาญ สวัสดี รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายบนทางแยกต่างระดับสวนเลียบ ใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ จึงรุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.โกมินทร์ อัตโสภณวัฒนา สว.จร.สน.บางขุนเทียน และประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุอยู่ช่วงเชิงสะพานข้ามถนนเพชรเกษม เป็นถนน 2 เลน เลนขวาสุดพบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว ขาว ทะเบียนปราจีนบุรี บรรทุกไม้ยูคาฯเต็มคันทับรถ จยย.อยู่ใต้ท้องรถ 3 คัน ประกอบด้วยฮอนด้า ดรีม สีขาว แดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ฮอนด้า โซนิก สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และฮอนด้า คลิก สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ขับขี่ติดอยู่ใต้ท้องรถ 2 ราย ทราบชื่อนายจารุวัตร อายุ 50 ปี วิน จยย.รับจ้าง และชายไทย ไม่ทราบชื่ออีก 1 คน ด้านหน้ารถสิบล้อ พบนายทศพล อายุ 55 ปี ศีรษะถูกชนอัดก๊อบปี้เข้ากับประตูข้างซ้ายของรถเก๋ง เอ็มจี สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จนเสียชีวิตคาที่ ส่วนด้านขวาของรถเอ็มจีอัดก๊อบปี้กับท้ายรถสิบล้อโม่ปูน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนสระบุรี ยังมีผู้ติดภายในรถเก๋งเอ็มจีอีก 2 คนทราบชื่อนายชิษณุชา อายุ 31 ปี และนายฉัฐพรรษ อายุ 63 ปี เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวทั้ง 4 คนออกมาจากซากรถ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายที่มากับรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีเหลือง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่ถูกรถสิบล้อชนจนรถหมุน ด้านหน้าไปฟาดกับแบริเออร์เกาะกลาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายสมคิด อายุ 63 ปี โชเฟอร์ และนายพลากร อายุ 29 ปี (ผู้โดยสาร) เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ส่วนชายไทยไม่ทราบชื่อ นำส่งโรงพยาบาลศิริราช
ส่วนคนขับสิบล้อได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก ทราบชื่อนายจำปี อายุ 67 ปี ยืนรอให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถสิบล้อบรรทุกไม้มาบนถนนกัลปพฤกษ์ แล้วเข้าถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก มุ่งหน้าลงถนนเพชรเกษม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงฝนเริ่มตก ถนนลื่น รถเกิดเบรกแตก ลมในหม้อลมเบรกหมด ได้พยายามเบรกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหยุดรถได้ เพราะรถบรรทุกไม้เต็มคันมีน้ำหนักหลายตัน ตนจึงดับเครื่อง ปรากฏว่ารถยิ่งวิ่งไหลไปแรงกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงทางลงสะพานต่างระดับ และกำลังจะขึ้นสะพานถนนเพชรเกษม จนกระทั่งชนกับรถ จยย.และต่อเนื่องไปชนอีกหลายคันดังกล่าว
เบื้องต้นได้ส่งตัวนายจำปีไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ หลังออกจากโรงพยาบาล พนักงานสอบสวนจะได้เรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย และส่งรถสิบล้อไปตรวจสภาพที่ บก.จร.หากพบว่ารถชำรุดจริงก็จะได้แจ้งข้อหา นำรถไม่พร้อมมาใช้บนทางเพิ่มเติม ส่วนร่างของนายทศพล ได้มอบให้กับอาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อรอญาติมาดำเนินการต่อไป

