เอเอฟพี/รอยเตอร์ – อิหร่านลั่นจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซตราบที่อเมริกายังคงปิดล้อมทางทะเล ขณะที่ทรัมป์ฟุ้งจะมีการเจรจารอบใหม่กับเตหะรานใน 2-3 วัน แม้อิหร่านไม่เคยยืนยันเรื่องนี้หรือแม้แต่พูดถึงการประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวของผู้นำสหรัฐฯ เลยก็ตาม
แม้การโจมตีในตะวันออกกลางสงบลงเป็นส่วนใหญ่ แต่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของทั่วโลกยังคงตึงเครียด เนื่องจากทั้งอเมริกาและอิหร่านต่างงัดเครื่องมือทางเศรษฐกิจมากดดันฝ่ายตรงข้าม
ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงฝ่ายเดียวแบบไม่มีกำหนด ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงเดิมจะสิ้นสุดลงในวันพุธ (22 เม.ย.) โดยอ้างว่า ทางปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยได้ร้องขอมา และเพื่อให้อิหร่านมีเวลาจัดทำข้อเสนอเพื่อฟื้นการเจรจายุติสงคราม ส่วนทางฝ่ายเตหะรานยกย่องความพยายามของปากีสถาน แต่ไม่กล่าวถึงการประกาศของทรัมป์แม้แต่น้อย
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน กล่าวว่า การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อไม่มีการละเมิดข้อตกลงด้วยการปิดล้อมทางทะเล และเสริมว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่มีทางเป็นไปได้เลยถ้ายังมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
กาลิบาฟย้ำว่า อเมริกาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้วยการรุกรานทางทหาร และจะไม่มีวันทำสำเร็จด้วยการกลั่นแกล้งรังแก แต่มีเพียงทางเดียวคือ การยอมรับสิทธิ์ของประชาชนชาวอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปักหลักอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในตลาดเอเชียวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.)
ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์ก โพสต์ว่า การเจรจาอาจเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่ปากีสถานภายใน 2-3 วัน แม้ทางอิหร่านยังไม่ยืนยันว่า จะร่วมเจรจาด้วย และแม้รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ระงับการเดินทางไปกรุงอิสลามาบัดเมื่อวันอังคารก็ตาม
นอกจากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ยังอ้างว่า อิหร่านยอมระงับแผนประหารชีวิตผู้หญิง 8 คนที่ถูกจับระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้นตามคำขอของตน
หน่วยงานตุลาการของอิหร่านแย้งว่า การกล่าวอ้างของทรัมป์เป็น “ข่าวปลอม” พร้อมแจงว่า ผู้หญิงเหล่านั้นไม่ได้ต้องโทษประหารชีวิต
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงเมื่อวันพุธว่า ได้บังคับให้เรือสองลำคือ เรือเอ็มเอสซี ฟรานเชสกาติดธงปานามา และเรือเอปามินอนดาสติดธงไลบีเรีย ออกจากช่องแคบฮอร์มุซและแล่นเข้าฝั่งอิหร่าน เนื่องจากแล่นเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อกวนระบบนำทางของ IRGC
กระทรวงต่างประเทศปานามายืนยันว่า เรือเอ็มเอสซี ฟรานเชสกาถูกยึดจริง และกล่าวหาว่า เป็นการโจมตีต่อความมั่นคงทางทะเลขั้นร้ายแรง และทำให้สถานการณ์ลุกลามโดยไม่จำเป็น
ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ยืนยันว่า เรือสินค้าแบบตู้คอนเทนเนอร์อย่างน้อย 3 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ ซึ่งหนึ่งในนั้นถูก IRGC ยิงขณะอยู่ห่างจากด้านตะวันออกเฉียงเหนือของโอมานราว 15 ไมล์ทะเล ทำให้ห้องบังคับการเรือได้รับความเสียหาย แต่ลูกเรือปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์ นิวส์ เกี่ยวกับการยึดเรือของ IRGC ว่า เนื่องจากเรือเหล่านั้นไม่ใช่เรือของอเมริกาหรืออิสราเอล จึงไม่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง แต่เข้าข่ายเป็นการปล้นสะดม
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ศูนย์บัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุบน X ว่า นับจากเริ่มต้นการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน กองกำลังอเมริกาได้บังคับให้เรือ 31 ลำหันหัวกลับหรือแล่นกลับเข้าท่า
แหล่งข่าวเผยว่า กองทัพอเมริกายังสกัดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย โดยบังคับให้เรือเหล่านั้นวกกลับขณะที่แล่นอยู่ใกล้อินเดีย มาเลเซีย และศรีลังกา
ขณะเดียวกัน เมื่อวันพุธ กระทรวงกลาโหมอเมริกาประกาศปลดจอห์น ฟีแลน จากตำแหน่งรัฐมนตรีทบวงทหารเรือโดยมีผลทันทีแต่ไม่ได้ให้เหตุผลใดๆ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสคนล่าสุดที่ถูกปลดนับตั้งแต่ พีท เฮกเซธ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม

