xs
xsm
sm
md
lg

จีนส่ง “หวังอี้” เดินสายเยือน ไทย-เขมร-เมียนมาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - ฮุน มาเนต
เมืองไทย 360 องศา

ในขณะที่สหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังง่วนอยู่กับการทำสงครามกับอิหร่าน และกำลังปวดหัวกับสงครามในตะวันออกกลาง ที่เชื่อว่าในช่วงเวลาอันสั้นนี้ยากที่จะถอนตัวออกมาได้ง่ายๆ แต่อีกด้านหนึ่งกลับได้เห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายจีนที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีการต้อนรับการเยือนของบรรดาผู้นำ และคนสำคัญของหลายประเทศแบบหัวบันใดไม่แห้ง

แต่ที่น่าจับตาก็คือ ภายในสัปดาห์นี้ ทางการจีนได้ส่งนักการทูตคนสำคัญเดินทางมาเยือน 3 ประเทศในอาเซียน นั่นคือ กัมพูชา ไทย และเมียนมาร์ ซึ่งแน่นอนว่า มีความน่าสนใจทั้งกับจีนเอง และกับประเทศที่เขาไปเยือน โดยเฉพาะหากโฟกัสสองประเทศแบบแยกออกมาคือ ไทยกับกัมพูชา ที่เปิดสงครามชายแดนมาแล้วสองรอบ

ขณะเดียวกันทั้งไทยและกัมพูชา ต่างก็มีความสัมพันธ์กับจีน และจีนย่อมมีผลประโยชน์ ทำให้ต้องจับตาว่าการมาของ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในครั้งนี้ น่าจับตามากทีเดียว

กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของปักกิ่ง กล่าวในการแถลงข่าวว่า หวัง อี้ จะเยือนกัมพูชา ไทย และเมียนมาร์ ตั้งแต่วันพุธถึงวันอาทิตย์ โดยเรียกทั้งสามประเทศว่าเป็น “เพื่อนบ้านที่เป็นมิตร”ของจีน

จีนพยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงตนต่อพันธมิตร ว่าเป็นทางเลือกที่มั่นคงกว่ามาตรการลงโทษด้วยภาษีและนโยบายที่เปลี่ยนแปลงง่ายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

ก่อนหน้านั้น ปักกิ่งได้ต้อนรับผู้นำต่างประเทศจำนวนมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาทิ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ชีค คาเลด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี และ โต ลัม ผู้นำเวียดนาม

จีนหวังว่าการเยือนสามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเผชิญกับ "ความเสี่ยงและความท้าทาย" ในช่วงเวลาแห่ง "การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบศตวรรษ"

กัว กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ตง จุน จะเข้าร่วมการพบปะกับคู่เจรจาจากกัมพูชาด้วย

ด้านกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า การประชุมจะมีขึ้นในวันพุธ ที่กรุงพนมเปญ กระทรวงฯกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีทั้งสองของจีนจะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และบิดาของเขา อดีตผู้นำ ฮุน เซน ด้วย

จีนเป็นคู่ค้าและแหล่งลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ซึ่งประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เคยเยือนกัมพูชาเมื่อครั้งเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปีที่แล้ว

โฆษกกัว กล่าวว่า ทั้งสามประเทศอยู่ใน "ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ" ของการพัฒนา โดยสังเกตว่า ไทยและเมียนมาร์เพิ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

มิน อ่อง ไหล หัวหน้าคณะรัฐบาลทหาร ของเมียนมาร์ ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ในเดือนนี้ ขณะที่รัฐสภาใหม่ของไทย ได้เลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ในเดือนมีนาคม

ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน กล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อวันอังคารว่า การหารือระหว่างสองฝ่ายจะมี "วาระเปิดกว้าง เราอาจจะขอให้จีนซื้อสินค้าเกษตร ข้าว และผลไม้มากขึ้น และลงทุนมากขึ้น" เขากล่าว

ดังนั้น บทบาทของจีนในการเดินทางมา 3 ประเทศอาเซียนดังกล่าว ย่อมต้องถูกจับตามอง และหากโฟกัสมาที่สองประเทศคู่ขัดแย้งทางด้านชายแดน คือ ไทย และกัมพูชา โดยเฉพาะ จีนกับกัมพูชา ที่จีนมีผลประโยชน์จำนวนมากในประเทศนั้น และที่สำคัญจีนได้ไปลงทุนปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม ในกัมพูชา ซึ่งถูกจับตามองจากสหรัฐอเมริกามานาน เนื่องจากฐานทัพดังกล่าว ทางสหรัฐเคยเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างมาก่อน

ขณะเดียวกัน ในช่วงสงครามชายแดนที่ผ่านมา จีนจะพยายามรักษาความเป็นกลาง เพื่อไม่ต้องการให้เสียความสมดุลด้านความสัมพันธ์และผลประโยชน์ แต่สำหรับครั้งนี้ มีกรณีที่น่าสนใจก็คือ มีการเดินทางมาเยือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน นายตง จุน ร่วมเดินทางมาด้วย และจะเข้าพบหารือกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และยังได้พบกับนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา อีกด้วย

ดังนั้น การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ เชื่อว่ากัมพูชาคงมีการนำเรื่องปัญหาชายแดนขึ้นมาฟ้องจีนเหมือนเช่นเคย นั่นคือ การกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดน เพียงแต่ว่าต้องพิจารณาว่า ฝ่ายจีนจะมีท่าทีแบบไหน โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังมีการพิจารณายกเลิก เอ็มโอยู 44 รวมไปถึงการพิจารณาทบทวนในเรื่อง เอ็มโอยู 43 อีกด้วย และยังมีท่าทีไม่พร้อมเจรจากับฝ่ายกัมพูชาในเรื่องเขตแดน

อย่างไรก็ดี สำหรับความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทยตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไทยยึดคืนกลับมาได้ เช่น ปราสาทตาควาย ล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า และกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้กล่าวถึงการดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานปราสาทตาควาย โดยขณะนี้ได้เสนอของบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเริ่มดำเนินการสำรวจในปีงบประมาณ 2570 คาดว่า การบูรณะปราสาทตาควาย จะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางสำรวจโบราณสถานของไทยตามแนวชายแดน ซึ่งมีมากกว่า 30 แห่ง เพื่อผลักดันการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของไทยต่อไปอีกด้วย และจะเปิดเป็นแหล่งแหล่งท่องเที่ยว ในอนาคต

ดังนั้นในรอบสัปดาห์นี้ หากโฟกัสจากการเยือนสามประเทศ คือ กัมพูชา ไทย และเมียนมาร์ ของรัฐมนตรีต่างประเทศ และการเดินทางมาพร้อมกับรัฐมนตรีกลาโหมของจีน สำหรับการเยือนกัมพูชา ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย ในสถานการณ์ที่น่าตึงเครียดแบบนี้ จีนจะรักษาความสมดุลได้ดีอีกหรือไม่ !!