เอเอฟพี - โต เลิม ผู้นำสูงสุดของเวียดนามให้การต้อนรับประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ที่กรุงฮานอยในวันนี้ (22) โดยประกาศข้อตกลงความร่วมมือ 12 ฉบับ ท่ีรวมถึงด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
เกาหลีใต้เป็นแหล่งลงทุนจากต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามและเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญ โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสูงถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา
โต เลิม กล่าวระหว่างการประชุมที่ทำเนียบประธานาธิบดีว่า การเยือนของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจทางการเมืองระดับสูงระหว่างสองประเทศ
“เวียดนามยินดีต้อนรับบริษัทเกาหลีใต้ให้เข้ามาลงทุนในโครงการใหม่และขยายโครงการที่มีอยู่เดิมโดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เมืองอัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูล AI พลังงานนิวเคลียร์ และท่าเรืออัจฉริยะ” ผู้นำเวียดนามกล่าว
การพบหารือครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึง 1 ปีระหว่างสองผู้นำ หลังจากที่โต เลิม เดินทางเยือนกรุงโซลเมื่อเดือนส.ค.
หลังจากการลงนามข้อตกลงในวันพุธ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง กล่าวว่าจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน และการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงขึ้น “เราหวังว่าประชาชน ภาคธุรกิจ และรัฐบาลของทั้งสองประเทศจะต่อยอดความสำเร็จเชิงปริมาณที่เราได้สร้างไว้ร่วมกัน”
ฮานอยต้องการให้เกาหลีใต้ลงทุนมากขึ้นในโครงสร้างพื้นฐาน การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และพลังงานหมุนเวียน
ในบรรดาข้อตกลงที่ลงนามในวันพุธ มีกรอบการทำงานสำหรับแผนแม่บทว่าด้วยความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างเวียดนามและเกาหลีใต้ ส่วนข้อตกลงอื่นๆ เกี่ยวข้องกับความร่วมมือด้านดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
โต เลิม ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนนี้ นอกเหนือจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ กำลังผลักดันรูปแบบการเติบโตใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เนื่องจากเวียดนามกำลังพยายามที่จะหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
เวียดนามและเกาหลีใต้ตั้งเป้าที่จะบรรลุการค้าทวิภาคีมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
ซัมซุง บริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยลงทุนไปแล้วกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ตามข้อมูลของกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ รายงานล่าสุดยังระบุว่าบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ กำลังวางแผนที่จะลงทุนอีก 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงงานบรรจุชิปในจ.ท้ายเหวียน ทางภาคเหนือของเวียดนาม.

