xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ไทยจัดเต็ม! บวงสรวงปราสาทตาควาย-สดุดีวีรชนทหารกล้า “รมว.กลาโหม” ควง“รมว.วัฒนธรรม” ร่วมงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สุรินทร์-ไทยจัดใหญ่จัดเต็ม! บวงสรวงปราสาทตาควาย และรำลึกสดุดีวีรชนทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยแผ่นดินไทย ปราสาทตาควาย-เนิน 350 เผยรมว.กลาโหมและรมว.วัฒนธรรมร่วมงาน มีนางรำร่วมรำบวงสรวงกว่า 400 คน เดินหน้าชูเป็นแหล่งท่องเที่ยงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชายแดนไทย ขณะ แม่จ่าเริงและพลทหารวุ้นเส้นเดินทางร่วมพิธีด้วย


วันนี้ ( 22 เม.ย.69) องค์การบริหารส่วนตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดพิธีบวงสรวงปราสาทตาควายและพิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย โดยเวลา 07.30 น.เป็นการบวงสรวงเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณด้านหน้าตัวปราสาทตาควาย พร้อมรำบวงสรวงถวายองค์ปราสาทตาควายและสดุดีวีรชนทหารผู้กล้า ที่อุทิศชีวิตปกป้องอธิปไตยของไทย มีนางรำร่วมรำบวงสรวงจำนวน 400 คน จากคนพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี นำหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ร่วมพิธีในครั้งนี้


การทำพิธีบวงสรวงและรำถวายปราสาทตาควายในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกหลังจากที่เกิดการสู้รบระหว่าง ทหารไทยกับกัมพูชา ที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งทางฝ่ายไทยสามารถเข้ายึดคืนและสถาปนาพื้นที่ได้สำเร็จ โดยที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลบักได ได้กำหนดจัดพิธีบวงสรวงขึ้นเป็นประจำทุกปี ก่อนที่จะมีปัญหาการสู้รบดังกล่าว


นางเลขา ศรัณย์ธรรมกุล ครูโรงเรียนบ้านคอโค อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ นางรำที่ได้มาร่วมรำบวงสรวงในวันนี้ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาร่วมรำบวงสรวงปราสาทตาควาย และสดุดีวีรชนผู้กล้าที่สละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องพื้นแผ่นดินไทยในครั้งนี้มาก

จากนั้น เวลา 08.30 น.พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาประธานในพิธีถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้า และกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย บริเวณทางขึ้นปราสาทตาควาย โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมพิธี พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช รองแม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต.บุญเสริม บุญบำรุง ผู้บัญชากองกำลังสุรนารี พร้อมกำลังพล และทหารผ่านศึก และประชาชนร่วมพิธีจำนวนมาก


จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปลี่ยนผ้าสไบพระพุทธเมตตาและพิธีสรงน้ำพระพุทธเมตตา หน้าอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ซึ่ง พิธีจัดอย่างสมเกียรติ โดยมีแม่จ่าเริง และ แม่พลทหารวุ้นเส้น วีระบุรุษเนิน 350 เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า วันนี้ เป็นวันที่มาร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของนักรบทหารกล้า ซึ่งกำลังพลได้ยึดพื้นที่กลับคืนมาได้ทั้งหมดและยืนยันว่า ทหารมีความพร้อมที่จะรักษาอธิปไตยของไทยไว้ ขอให้คนไทยรวมกันเป็นหนึ่ง จากนี้ จะต้องเร่งพัฒนาสถานที่ทั้งระบบสาธารณูปโภค โดยทำถนน ให้เดินทางได้สะดวก ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล ที่จะต้องทำให้ "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์"


ด้าน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า ปราสาทตาควายถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางอารยธรรม ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ของภูมิภาค เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในหลายมิติ ทั้งด้านโบราณคดี สถาปัตยกรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอดให้คงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน การลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมปราสาทตาควายในครั้งนี้ เห็นถึงสภาพความชำรุดเสียหายของปราสาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่ผ่านมา


กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงได้กำหนดแนวทางการบูรณะโดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัย” ควบคู่กับการอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ โดยจะยึดหลักการอนุรักษ์ที่คงคุณค่าเดิมของโบราณสถานให้มากที่สุด อีกทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังได้มีโครงการในการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในพื้นที่

จากนั้น เวลา 12.00 น.คณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกลุ่มปราสาทตาเมือนธม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ก่อนเดินทางกลับ


สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนตำบลบักได เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ตำบลบักได ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปะ และวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์ อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และบำรุงรักษาจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

นอกจากนั้นยังเป็นโอกาสสำคัญในการรำลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนไทยจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2554 และ เหตุการณ์ในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ระลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของทหารผ่านศึก