xs
xsm
sm
md
lg

ไฟป่าทองผาภูมิวิกฤต! แก๊งขุดทองเถื่อนจุดไฟพรางตัว ยิงขู่ จนท. ระดม ฮ.โปรยน้ำ 7 หมื่นลิตรสกัดเพลิง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กาญจนบุรี – สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เข้าขั้นวิกฤต หลังพบจุดความร้อนพุ่งสูงถึง 825 จุดในเดือนเดียว หลังพบขบวนการลักลอบขุดทองเถื่อน ใช้วิธี “จุดไฟล่อ–เข้าขุด–หนีไว” ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่ ขณะที่หน่วยงานรัฐระดมเฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำกว่า 70,000 ลิตร คุมสถานการณ์

วันนี้ (22 เม.ย.) นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายลง แต่ยังคงต้องตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งปราบปรามการเผาป่าและการกระทำผิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างเด็ดขาด

จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุของไฟป่าไม่ได้มาจากการหาของป่าหรือล่าสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบขุดดินร่อนทองคำ โดยกลุ่มผู้กระทำผิดจะใช้วิธีจุดไฟเผาป่าในอีกจุดหนึ่ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเจ้าหน้าที่ ก่อนแอบลักลอบเข้าไปขุดทองในพื้นที่เป้าหมาย โดยเฉพาะบริเวณบ้านปิล๊อกคี่ ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ซึ่งอยู่ห่างชายแดนไทย–เมียนมาเพียง 4 กิโลเมตร

ด้านนายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ระบุว่า กลุ่มขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมอุกอาจมากขึ้น ทั้งเลือกลงมือช่วงกลางดึก ใช้เส้นทางภูเขาสลับซับซ้อน และมีการใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันยังพบภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดยืนยันพฤติกรรมอย่างชัดเจน

สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อไฟป่าลุกลามขยายวงเข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียงอย่าง อุทยานแห่งชาติเขาแหลม แล้ว ประกอบกับสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน และมีทุ่งหญ้าแห้งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้การควบคุมไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก

ทั้งนี้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ครอบคลุมกว่า 700,000 ไร่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือโคร่ง ช้างป่า เสือลายเมฆ และเลียงผา ความเสียหายจากไฟป่าครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง

ในการควบคุมสถานการณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการกำลังร่วมกัน ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และหน่วยงานด้านป่าไม้ พร้อมระดมเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟแล้ว 141 เที่ยวบิน รวมปริมาณน้ำกว่า 70,500 ลิตร รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่โรยตัวลงพื้นที่ป่าลึกเพื่อสกัดไฟอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2568 จะสามารถลดจุดความร้อนได้กว่า 85% แต่ในปีนี้กลับเผชิญสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้กระทำผิดปรับยุทธวิธีเป็น “เข้าดึก ขุดเร็ว หนีไว” ทำให้การปราบปรามทำได้ยากขึ้น โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีได้ 6 คดี และจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย

เจ้าหน้าที่ยืนยันเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส เพื่อปกป้องผืนป่ามรดกของประเทศจากการทำลายอย่างไม่หยุดยั้ง.