xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ทุบเลยไหม? หอการค้าน่านจี้ถามกลางวง ปม “ฝายธงน้อย” ต้นเหตุน้ำท่วมเมืองซ้ำซาก เสียหาย 3 พันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



น่าน – ร้อนฉ่ากันทั้งเมือง..ปธ.หอการค้าน่าน จี้กลางวงประชุมร่วม สทนช. ถามทุบเลยมั้ย “ฝายธงน้อย” หลังสร้างเสร็จปี 49 “เมืองน่าน-อำเภอใกล้เคียง” โดนน้ำท่วมซ้ำซาก ล่าสุดปี 68 เสียหายยับเยินกว่า 3,000 ล้าน ชี้แม้มีแผนสร้างประตูระบายน้ำเพิ่ม แต่ยังเสี่ยงระบายน้ำที่มาสูงสุดไม่ทัน จนอาจทำน้ำไหลย้อนท่วมเมือง-เสี่ยงกระทบพระตำหนักธงน้อยด้วย


กลายประเด็นร้อนสะเทือนกลางวงประชุม เมื่อ น.ส.วัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เสนอความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน เมื่อเร็วๆนี้

ซึ่งในการประชุมเพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน วางแผนรับมือทั้งสถานการณ์ “น้ำแล้ง–น้ำท่วม” อย่างยั่งยืน ให้สอดรับกับสภาพพื้นที่และความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ครั้งนี้ ได้มีการหยิบยกประเด็น “ฝายธงน้อย” ขึ้นมาหารืออีกครั้ง หลังจากถูกตั้งข้อสังเกตจากภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่องว่า อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่


น.ส.วัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากยังคงมีข้อสงสัยและความกังวลว่า ฝายธงน้อยอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำของแม่น้ำน่าน เนื่องจากนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2549 จังหวัดน่าน ทำให้เขตเทศบาลเมืองน่านและอำเภอใกล้เคียง ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2568 ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประชาชนรวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท

โครงการฝายธงน้อยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามภารกิจ ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 2 บาน โดยระบุว่าจะเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำได้ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ปริมาณน้ำในช่วงวิกฤตอาจสูงถึง 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ยังมีปริมาณน้ำส่วนเกินจำนวนมากที่ไม่สามารถระบายได้ทัน และมีโอกาสไหลย้อนกลับเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โบราณสถานสำคัญ รวมถึงพระตำหนักบ้านธงน้อย


นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการทบทวนแผนพัฒนาโครงการฝายธงน้อยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของโครงสร้าง การบริหารจัดการน้ำ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมระบุว่า หากมีการศึกษาที่ชัดเจนและพบว่าโครงการไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ตามเป้าหมาย การพิจารณารื้อถอนอาจเป็นทางเลือกที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าและตอบโจทย์ปัญหาได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้เคยชี้แจงว่า จากการวิเคราะห์ตามหลักอุทกวิทยา “ฝายธงน้อย” ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาน้ำท่วม และไม่มีแผนรื้อถอนแต่อย่างใด โดยหน่วยงานมีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แทน

โดยมีแผนก่อสร้างอาคารระบายน้ำฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำในช่วงน้ำหลากได้สูงสุดประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำธงน้อย รวมถึงมาตรการเสริม เช่น การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ และการขุดลอกตะกอนบริเวณหน้าฝาย เพื่อลดการสะสมของตะกอนและเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในมิติของความเชื่อมั่นของประชาชน และประสิทธิผลของมาตรการที่ภาครัฐจะดำเนินการในระยะต่อไป เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่านต่อไป.