xs
xsm
sm
md
lg

ปั่นป่วน! US และ UK เจอวิกฤตศีลธรรม คดี 'เติมแล้วหนี-เจาะถังขโมยน้ำมัน' พุ่ง หลังราคาเชื้อเพลิงสูงลิ่ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ระลอกของอาชญากรรม "เติมแล้วหนี' กำลังระบาดตามสถานีบริการต่างๆทั่วสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกันบรรดาผู้ขับขี่สหรัฐฯตื่นมาพบว่าถังเชื้อเพลิงรถยนต์ของตนเองถูกเจาะดูดน้ำมันไปแห้งขอด หลังสงครามที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน โหมกระพือราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งทะยานทั่วโลก ตามรายงานของสื่อมวลชนและหน่วยงานเฝ้าระวังทางพลังงาน

วิกฤตนี้ส่วนใหญ่แล้วมีต้นตอจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย จุดคอขวดสำคัญซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของพลังงานโลก สถานการณ์ถูกซ้ำเติมจากการที่อิหร่านโจมตีแก้แค้นโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในบรรดาประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าปัจจุบันการโจมตีหยุดลงไปแล้ว สืบเนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน

Forecourt Eye องค์กรเฝ้าระวังป้องกันอาชญากรรม ระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินในสหราชอาณาจักร พุ่งขึ้นจาก 1.33 ดอลลาร์ต่อลิตร ในช่วงก่อนสงคราม สู่ระดับ 1.58 ดอลลาร์ต่อลิตร ราคาที่แพงขึ้นกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เหตุเติมน้ำมันแล้วขับหนีไป เพิ่มขึ้น 27%

ผลการศึกษาหนึ่งขององค์กรแห่งนี้ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสถานีบริการราว 500 แห่งทั่วอังกฤษ สกอตแลนด์และเวลส์ พบว่ามีเหตุขโมยน้ำมันมากกว่า 6,500 ลิตรในทุกๆวัน ในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 15.7% หากนำข้อมูลไปคำนวณในระดับประเทศ จะพบว่าสถานีบริการทั้งหลายจะต้องสูญเสียรายได้ราว 1.25 ล้านปอนด์(ราว 54 ล้านบาท) ในแต่ละสัปดาห์

"ณ ราคาเชื้อเพลิงในปัจจุบัน พวกผู้ขับขี่จงใจหลบหลีกการจ่ายค่าเชื้อเพลิง ซึ่งอาจก่อความเสียหายแก่ภาคอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 100 ล้านปอนด์ต่อปี" แคลร์ นิโคล กรรมการบริหาร ณ British Oil Security Syndicate บอกกับเดอะซัน พร้อมระบุว่าผู้ปฏิบัติการสถานีบริการต่างๆควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงพีคสุดของฤดูกาลขับขี่

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพแบบเดียวกันในฝั่งตรงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยจนถึงวันจันทร์(20 เม.ย.) สมาคมยานยนต์อเมริกัน ระบุว่าราคาเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯอยู่ที่ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ทว่าแตะระดับสูงสุด 6 ดอลลาร์ในแคลิฟอร์เนีย ทั้งนี้ก่อนเกิดสงคราม ราคาเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยทั่วอเมริกา อยู่ที่ไม่ถึง 3 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

เมื่อวันอาทิตย์(19 เม.ย.) คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ยอมรับว่าราคาน้ำมันต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ "อาจไม่เกิดขึ้นจนถึงปีหน้า" ความเห็นที่เรียกเสียงตำหนิอย่างรุนแรงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ซื่งระบุว่าคำพูดดังกล่าว "ผิดโดยสิ้นเชิง" พร้อมระบุราคาน้ำมันจะลดต่ำลงทันที่ที่สงครามยุติลง

แม้ในสหรัฐฯ พวกเจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยข้อมูลโดยรวมของเหตุขโมยเชื้อเพลิง แต่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เน้นว่าเวลานี้พวกคนร้ายใช้วิธีเจาะรูบริเวณถังเชื้อเพลิงแล้วดูดน้ำมันออกไปจนแห้งขอด โดยชาวบ้านรายหนึ่งในแอริโซนา คว่ำครวญว่าเขาไม่ได้แค่ถูกขโมยน้ำมันจนแห้งขอดเท่านั้น แต่ยังต้องเสียเงินซ่อมถังน้ำมันรถอีกกว่า 3,000 ดอลลาร์(ราว 96,000 บาท)

ในยุโรป ก็พบเห็นราคาน้ำมันพุ่งสูงเช่นกัน สื่อมวลชนรายงานว่าราคาดีเซลในเยอรมนี เพิ่มขึ้นถึง 40% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ส่วนในฝรั่งเศส ราคาเชื้อเพลิงโดยรวม ดีดตัวขึ้นเกือบ 9% ในเดือนมีนาคม นอกจากนี้แล้ววิกฤตน้ำมัน ยังผลักให้ยอดขายรถยนต์อีวีในบางพื้นที่ของยุโรป เพิ่มขึ้นถึง 51%

(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)