xs
xsm
sm
md
lg

สื่อนอกชี้วิกฤตฮอร์มุซ กระตุ้นไทยเร่งรัด 'แลนด์บริดจ์' เลี่ยง 'ช่องแคบมะละกา'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สื่อต่างประเทศรายงานไทยจะเดินหน้าแผนการหนึ่งที่มีมาอย่างยาวนาน ในการเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก โดยไม่ต้องพึ่งช่องแคบมะละกา หลังความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ เน้นย้ำให้เห็นถึงคุณค่าทางยุทธศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือสำคัญๆ ตามรายงานของบลูมเบิร์กอ้างคำสัมภาษณ์กับรองนายกรัฐมนตรีของไทย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าวในวันจันทร์(20 เม.ย.) ว่าไทยจะเร่งรัดความพยายามพัฒนาแลนด์บริดจ์ โครงสร้างที่มีเป้าหมายลดเวลาการเดินเรือลงอย่างมาก ระหว่าง 2 มหาสมุทร โดยที่โครงการนี้อาจใช้ต้นทุนสูงสุดถึง 1 ล้านล้านบาท

รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่าครั้งที่สร้างเสร็จสิ้นแล้ว โครงการนี้อาจเปิดทางให้เรือต่างๆหลีกเลี่ยงช่องแคบมะละกา ซึ่งการจราจรเป็นไปอย่างคับคั่ง ลดเวลาการเดินทางลงโดยเฉลี่ย 4 วัน และลดต้นทุนการขนส่งลงราวๆ 15% ปัจจุบันช่องแคบมะละการองรับการค้าโลกในสัดส่วนราวๆ 40% ในนั้นรวมถึงการขนส่งน้ำมันเกือบทั้งหมดที่มุ่งหน้าจากตะวันออกกลางสู่ชาติเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ในเอเชีย อย่างเช่นจีน, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

บลูมเบิร์กระบุว่าแผนของไทยเกี่ยวข้องกับการสร้างท่าเรือใหม่ 2 แห่ง ในแต่ละฝากฝั่งทะเลทางภาคใต้ของไทย และเชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ผ่านเครือข่ายถนนหลวงและการเดินรถไฟ เปิดทางความเคลื่อนไหวของสินค้าแบบไร้รอยต่อ อย่างไรก็ตามฝ่ายคัดค้านวิพากษ์วิจารณ์ว่าโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและอาจก่อความเสียหายใหญ่หลวงแก่สิ่งแวดล้อม

"ความขัดแย้งตะวันออกกลางแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบของการควบคุมเส้นทางการขนส่ง" บลูมเบิร์กอ้างคำกล่าวของนายพิพัฒน์ ที่พาดพิงถึงความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อวิกฤตพลังงานโลกครั้งเลวร้าย "ไทยจะถือครองความได้เปรียบเป็นอย่างมาก จากปฏิบัติการเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกเข้ากับมหาสมุทรอินเดีย"

ในรายงานระบุว่าเพื่อเดินหน้าโครงการนี้ รัฐบาลต้องผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งในเรื่องนี้บลูมเบิร์กอ้างคำกล่าวของนายพิพัฒน์ คาดหมายว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติร่างกฎหมายฉบับหนึ่งหลังจากนี้ในปีนี้ ในขณะที่จากการประเมินเบื้องต้น โครงการก่อสร้างแลนด์บริดจ์ อาจใช้เวลาราวๆ 15 ปีถึงแล้วเสร็จ

สืบเนื่องจากข้อจำกัดทางงบประมาณ บลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลไทยมีแผนเชิญภาคเอกชนเข้าร่วมผ่านกระบวนการประมูล โดยมีหลายประเทศ ในนั้นรวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงความสนใจ ระหว่างการจัดโรดโชว์ที่ผ่านๆมา

บลูมเบิร์กอ้างเจ้าหน้าที่ของไทยระบุว่าในบรรดาบริษัทต่างๆนั้น มี DP World เป็นบริษัทโลจิสติกส์ข้ามชาติสัญชาติยูเออีและ New World Development ของฮ่องกง ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ "โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ จะช่วยขับเคลื่อนการลงทุนและสร้างงาน" นายพิพัฒน์ระบุ "เราคาดหมายว่ามันจะช่วยสร้างงานใหม่ราวๆ 200,000 อัตรา"

(ที่มา:บลูมเบิร์ก)