xs
xsm
sm
md
lg

ทนายโจ๊กโต้คลิปเสียง สินบนทองคำ 246 บาท อ้างใช้ AI ปลอมเสียง จ่อเอาผิดสร้างหลักฐานเท็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



'ทนายบิ๊กโจ๊ก' โต้เดือดคลิปเสียงสินบนทองคำ ลั่นเป็นฝีมือ AI ปลอมเสียงทั้งหมด เตรียมเดินหน้าฟ้องกลับคนสร้างหลักฐานเท็จ ชี้กระบวนการสอบสวนอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(วันที่ 21 เม.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันนี้ นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวที่โรงเเรมฮิลตัน เเกรนด์ อโศก ตอบโต้กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยคลิปเสียงในคดีติดสินบนทองคำ 246 บาท เมื่อวันที่18เมษายน

โดยมีการยกรัฐธรรมนูญ กฎหมายต่างๆ เเละระเบียบต่างๆในการสอบสวนของสำนักงานปปช.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติวางหลักไว้เพื่อมาชี้เเจงกว่าหนึ่งชั่วโมง โดยนายสัญญาภัชระกล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวตนกระทำตามที่อดีตรองผบ.ตร.สั่ง

ช่วงก่อนเริ่มการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของอดีตรองผบ.ตร. มาปรากฎตัวหน้าห้องประชุม เพื่อจะขอเข้าฟังการแถลงข่าวโดยทีมทนายความได้ชี้แจงว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิเป็น “คู่กรณีโดยตรง” และการแถลงครั้งนี้เป็นกิจกรรมส่วนตัว จึงไม่อนุญาตให้พ.ต.อ.ภาคภูมิเข้าร่วมการเเถลงข่าว รวมถึงขอความร่วมมือไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ในห้องเเถลงข่าว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า การแถลงครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงองค์กรตำรวจ แต่เป็นการทำหน้าที่ทนายความเพื่อชี้แจงข้อกฎหมายให้สังคมเข้าใจตรงกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการแถลงข่าวของตำรวจเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่าอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ในประเด็นข้อกฎหมาย

ทนายความของอดีตรองผบ.ตร.ระบุว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเฉพาะที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560มาตรา 236-237 ซึ่งกำหนดให้มีคณะผู้ไต่สวนอิสระที่แต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกาเท่านั้น ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวนทั่วไป พร้อมอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเเละ ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. ดังนั้นการสอบสวนของ บก. ปปป. อาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ เพื่อคัดค้านสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว

นายสัญญาภัชระ ยังกล่าวถึงข้อมูลที่ได้รับการบอกเล่าจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถึงความสัมพันธ์ ระหว่าง บิ๊กโจ๊ก กับนายสามารถ ก้อนทอง หรือ เอ็ดเวิร์ด บุคคลในคลิปเสียงที่ตํารวจแล้วมาเปิดแถลงข่าวในวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า ได้รับเเจ้งจากอดีตรองผบ.ตร.ว่ายอมรับว่ารู้จักนายสามารถเป็นอย่างดีเหมือนพี่น้อง เพระเคยช่วยเหลือเกื้อกูลมาตลอด

เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ นายสามารถมีคดีสำคัญเกี่ยวกับ คดีที่ทนายตั้มถูกเจ้อ้อยฟ้อง เกี่ยวกับคดีฉ้อโกงและมีเรื่องของการซื้อรถ

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า“โดยลูกน้องของเอ็ดเวิร์ดก็ถูกดำเนินคดีด้วย และทนายตั้ม จะขอให้ศาลออกหมายเรียกให้เอ็ดเวิร์ดไปเป็นพยาน ทำให้เอ็ดเวิร์ด เกิดความเครียด เพราะเป็นนักธุรกิจไม่เคยชินกับการถูกดำเนินคดี จึงโทรมาปรึกษาบิ๊กโจ๊ก และบิ๊กโจ๊กได้ แนะนําทนายอู๊ด ให้เอ็ดเวิร์ด รู้จัก และเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กัน

จากนั้น เอ็ดเวิร์ด ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพและมีอาการป่วย จึงอยากไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ (อังกฤษ)เพราะเป็นคนมีฐานะดี ”

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า”ยืนยันว่าบิ๊กโจ๊กไม่ได้กดดันให้เอ็ดเวิร์ดต้องหนีออกนอกประเทศเพราะเอ็ดเวิร์ดเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ก่อนที่จะเกิดคดีเกี่ยวกับสินบนทองคำขึ้น



เมื่ออยู่อังกฤษ แล้วก็มีการคุยกับสารทุกข์สุกดิบกัน พอมีเรื่องของคดีทองคำ เอ็ดเวิร์ดก็มาปรึกษากับบิ๊กโจ๊ก

ว่าขอให้ช่วยหาทนายให้ บิ๊กโจ๊กบอกว่าให้ทนายอู๊ดดำเนินการ”

นายสัญญาภัชระกล่าวว่าขณะเดียวกัน พลตํารวจเอกสุรเชษฐ์ ย้ำว่าในสิ่งที่พูดคุยกับเอ็ดเวิร์ด ไม่มีเนื้อหาตามที่ปรากฏในคลิปเสียง ตามที่ตำรวจนำมาเปิดแต่อย่างใด เพราะหากดูจากลักษณะการพูดคุยท่วงทำนองจังหวะจะโคนของอดีตรองผบ.ตร.ในคลิปดูพูดคล่องกว่าตัวจริง

นายสัญญาภัชระกล่าวว่า และขณะนี้ กำลังหาต้นตอว่าได้มีการสร้างขึ้นหรือไม่ มีการเอาข้อความจากเสียงต้นแบบมาปะติดปะต่อมาดำเนินการหัวท้ายหรือไม่หรือมีการแก้ไขส่วนไหน ถ้าเจอจะดำเนินคดีทุกคน

นายสัญญาภัชระ ตั้งข้อสังเกตว่า เทคโนโลยี AI Voice Cloning และ Deepfake ในปัจจุบันสามารถปลอมแปลงเสียงได้แนบเนียน อีกทั้งหากคลิปได้มาจากการดักฟัง ก็อาจผิดกฎหมายและไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้

“ชอตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการเปิดเผยข้อมูลคดีต่อสาธารณะ โดยเฉพาะกรณีที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา และย้ำหลักการว่าผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”นายสัญญาภัชระกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าว จึงทำการทดลองตัดต่อเสียง มีการขอให้ผู้สื่อข่าว พูดประโยคที่มีความยาวพอสมควรเพื่อให้ทีมเทคนิคของนายสัญญาภัชระทําการตัดต่อเสียง AI ให้เป็นเสียงของพลตํารวจเอกสุรเชษฐ์ ซึ่งพบว่าการทดลองเสียงที่มีการตัดต่อ มีความคล้ายกับเสียงของ พล.ต.อ.สรเชษฐ์ มาก

ขณะเดียวกัน ทนายความของอดีตรองผบ.ตร. ยังหยิบยกโพสต์ของ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ที่มีนัยถึงการรับรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับการแถลงข่าวของตำรวจ พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาของข้อมูล และความเป็นไปได้ในการเปิดเผยสำนวนคดี ซึ่งอาจขัดต่อระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย