ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ “โจ๊ก” นัดล้างตา โต้ “คลิปเสียง” คดีสินบนทอง ดูทรงจะยิ่งจมดินกว่าเดิม!
คดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาท ทวีความเข้มข้นหลังจากที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) งัดไม้ตาย เปิด "คลิปเสียง" ออกมาแฉตอกตะปู ปิดฝาโลง
งานนี้ "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง ล่าสุด “โจ๊ก” ปรากฏตัวที่ศาลอาญา (20 เม.ย. 69) ในคดีฟ้องอดีตลูกน้องคนสนิท “พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ” เรื่องแจ้งความเท็จ ปมตบบ้องหู แต่ประเด็นที่คนโฟกัส คือ การนัดหมายสื่อจะแถลงข่าว วันนี้ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมฮิลตัน แกรนด์ อโศก
ทนายความของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แย้มว่า จะมีข้อมูล "ชัด” ทุกประเด็น “โจ๊ก”จะมีคำตอบให้สำหรับทุกคำถามเพื่อโต้ตอบเรื่องคลิปเสียง และการทำงานของชุดพนักงานสอบสวน ทำนองว่า จะแถลงให้สิ้นสงสัยในทุกข้อคาใจ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. และทีมสอบสวนกลาง แถลงข่าวใหญ่พร้อมเปิดคลิปเสียงที่มีความยาวกว่า 1 ชั่วโมง เป็นของ "โจ๊ก" สนทนากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยในคลิป มีการนัดแนะแนวทางสู้คดี ข่มขู่พยาน และวางแผนใช้ "คนนอก" มาสวมรอยให้การเท็จ เพื่อหลบเลี่ยงความผิด
ประการสำคัญ มีการอ้างชื่อนักการเมืองระดับชาติ และ “ดีลลับ” ในการฟอกเงิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ร่วมขบวนการ
ทั้งนี้ ตำรวจสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย รวมถึง “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์” ในข้อหาร่วมกันให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อเคลียร์คดีพนันออนไลน์เดิม
น่าสนใจว่าในการนัดสื่อแถลงข่าวครั้งนี้ ฝั่ง “โจ๊ก” จะแก้เกมเรื่องคลิปเสียงอย่างไร? จะอ้างว่า เป็นคลิปตัดต่อ หรือเป็นเทคโนโลยี AI หรือไม่ ? เพราะในยุคนี้มักจะอ้างกันว่า "เสียงที่ใช่ อาจไม่ใช่เสียงที่จริง"
แต่ต้องไม่ลืมว่า ตำรวจยืนยันว่า ได้คลิปเสียงนี้มาอย่างถูกกฎหมาย และตรวจเช็กแล้ว!
ขณะเดียวกัน ในคลิปมีการอ้างถึงนักการเมืองระดับชาติ และบุคคลสำคัญอื่นๆ หากเป็นไปตามที่ ทนายโจ๊กกล่าวว่า พร้อมจะตอบทุกคำถาม เชื่อได้ว่าสื่อจะต้องถามถึง "ตัวละครลับ" เหล่านั้น คือใคร? เป็นคนในรัฐบาล หรือ หลังม่านที่ “โจ๊ก”หวังจะใช้เป็นตั๋วกลับคืนสู่ ตร.หรือไม่ อย่างไร แน่นอน
ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะ คดีสินบนทอง 246 บาทนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย แต่คือคดีอาญาที่มีหลักฐานเป็น "วัตถุ" ซึ่งก็คือ ทองคำ และ "เสียง" อันมีคลิปปรากฏ ซึ่งดิ้นหลุดยากกว่าคดีเส้นเงินทั่วไป
สุดท้ายฝ่ายโจ๊ก ประโคมข่าวเรียกแขกและสื่อก่อนวันแถลงวันนี้ไว้ว่า ทีมทนายจะงัด "หลักฐานเด็ด" มาหักล้างคลิปความยาว 1 ชั่วโมงนั้นได้ ยิ่งต้องจับจ้องให้ดี เพราะ ถ้าถึงเวลาแถลง แค่ "ปฏิเสธ" เฉยๆน้ำหนักเบาโหวงเหวง ยิ่งจมธรณีกว่าเดิม ซึ่งที่ผ่านมาก็มักจะเป็นแบบนี้
เพราะฉะนั้น งานนี้โปรดติดตามอย่ากระพริบตา!
++ “ครม.หนู” เว้น 1 เก้าอี้ ไว้รอ “ศักดิ์สยาม” !?
ปกติแล้ว คณะรัฐมนตรี รวมนายกรัฐมนตรีจะมีได้มากสุด 36 เก้าอี้ แต่ตอนตั้ง “ครม.อนุทิน 2” ตั้งเพียง 35 เก้าอี้ เหลือว่างไว้ 1 ตำแหน่ง ทั้งๆ ที่มีแต่คนอยากเป็นรัฐมนตรี จนเก้าอี้ไม่พอแบ่ง
การเว้นว่างไว้ 1 เก้าอี้ จึงถูกมองว่า อาจเป็นการถือเคล็ดอะไรบางอย่างหรือเปล่า เพราะรู้กันอยู่ว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นั้นก็ “สายมู” ตัวพ่อคนหนึ่ง แบบว่า เข้าถึงทำเนียบฯ ต้องรีบไปไหว้นรสิงห์ ก่อนทำงาน
ถึงวันนี้ มีการต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นแล้วว่า ที่เว้นว่างไว้นั้นน่าจะเก็บไว้ให้ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชาย “ครูใหญ่เนวิน”
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครคิดว่า “ศักดิ์สยาม” จะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรี เพราะในช่วงปี 2565 ที่เขาเป็น รมว.คมนาคม นั้น ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับการถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ผ่านตัวแทนอำพราง และยังนำห้างหุ้นส่วนนี้ มาเป็นคู่สัญญากับรัฐ เพื่อรับงานในกระทรวงคมนาคม เข้าข่ายฮั้วประมูล และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทำให้ขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี
เรื่องนี้ถูกส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินว่า “ศักดิ์สยาม” ใช้นอมินี ซุกหุ้น จึงถูกถอดถอนจากตำแหน่งรัฐมนตรี
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว ก็มีผู้นำเรื่องนี้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. ว่าการกระทำของ “ศักดิ์สยาม” เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง โทษสูงสุดถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต
แต่ปรากฏว่า ต่อมาป.ป.ช.ชุดใหญ่ ได้มีมติ “ยกคำร้อง” คดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จของ “ศักดิ์สยาม” แบบเงียบๆ ตั้งแต่ปลายปี 2568 ก่อนตั้งครม. แต่ถูกอุบไว้ เพิ่งมาเป็นข่าวเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เอง
เมื่อ “ศักดิ์สยาม” พ้นบ่วงคดี นักสังเกตการณ์ทางการเมือง จึงนึกถึงเรื่องเก้าอี้ที่ว่างใน “ครม.อนุทิน 2” ขึ้นมาทันที ว่าที่แท้ก็เว้นไว้รอ “เสี่ยโอ๋” นี่เอง
แล้วถ้า “เสี่ยโอ๋” เข้ามาเป็นรัฐมนตรี จะนั่งว่าการกระทรวงไหน
คำตอบ ที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ กระทรวงมหาดไทย ที่ “เสี่ยหนู” นั่งถ่างควบอยู่ตอนนี้ นี่แหละ
หากย้อนกลับไปดูปูมประวัติของ “ศักดิ์สยาม” จะพบว่า หลังจบจากสวนกุหลาบ ก็ไปต่อที่ คณะรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ (สิงห์แดง รุ่น 33) ระดับปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) นิด้า
เคยรับราชการ ในตำแหน่งปลัดอำเภอ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก่อนจะมาลงสมัคร สส.
ต่อมา ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย (พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ)
ปี 2550 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกยุบพรรค
ปลายปี 2551 “เนวิน ชิดชอบ” แหกค่ายชินวัตร มาหนุน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี และกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้คุมกระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงคมนาคม
ครั้งนั้น “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะกระเป๋าเงินใบใหญ่ เป็น รมว.มหาดไทย “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เป็นประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย ซึ่งในทางพฤตินัยแล้ว เป็นที่รู้กันว่า “เสี่ยโอ๋” คือ มท.1 ตัวจริง
ปี 2562 ในรัฐบาลลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เสี่ยโอ๋ พ้นการถูกตัดสิทธิ์การเมือง จึงได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.คมนาคม ก่อนจะต้องเผชิญวิบากกรรมปม “ซุกหุ้น” จึงต้องถอยออกไปเป็น “คนหลังม่าน” เหมือนเนวินผู้เป็นพี่ชาย
จะเห็นได้ว่า “เสี่ยโอ๋” คุ้นเคย รู้เส้นสนกลในมหาดไทยเป็นอย่างดี แม้แต่ในช่วงที่ “เสี่ยหนู” เป็น รมว.มหาดไทย และนายกฯควบ รมว.มหาดไทย คนวงในก็รู้ว่า “เสี่ยโอ๋” นี่แหละคือ มท.1 ตัวจริง ไม่ต่างจากยุค “ปู้จิ้น”... โดยมี “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ซึ่งเปรียบเสมือนคนในบ้านชิดชอบ เป็น มท.2 ร่วมผนึกกำลังกันบริหารจัดการ
วันนี้ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ขึ้นไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี ขณะที่ เก้าอี้ รมช.มหาดไทย 3 ที่นั่ง ก็ถูกจัดสรรให้คนรุ่นใหม่ใน “แก๊งลูกเทพ”
ดังนั้น เมื่อหลุดบ่วงป.ป.ช.มาได้ “เสี่ยโอ๋” ย่อมต้องสานฝัน ที่ตัวเองเคยเป็นปลัดอำเภอ ว่าจะต้องไต่เต้าขึ้นมาสู่จุดสูงสุด เป็น รมว.มหาดไทย ให้ได้ !

