สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งเสียงเตือนไปยังกระทรวงการคลังของอเมริกา ว่าพวกเขาอาจจำเป็นต้อง "ใช้สกุลเงินหยวน" ในการซื้อขายน้ำมัน อันเนื่องด้วยผลกระทบจากสงครามที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล ในวันอาทิตย์(19 เม.ย.)
คาเลด โมฮัมเมด บาลามา ผู้ว่าธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งเสียงเตือนในสิ่งที่วอลล์สตรีท เจอร์นัล ให้คำจำกัดความว่าเป็น "ภัยคุกคามโดยนัย" ต่อสถานะความเป็นเจ้าโลกของดอลลาร์ ระหว่างพบปะกับ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของอเมริกาในกรุงวอชิงตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
รายงานข่าวระบุ บาลามา ชี้แจงว่า อาบูดาบี อาจจำเป็นต้องมีเส้นทางพยุงชีพ สำหรับป้องกันวิกฤตสภาพคล่องดอลลาร์ ถ้าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จากสงครามที่สหรัฐฯเปิดศึกกับอิหร่าน
เตหะรานเดินหน้ายุทธศาสตร์กดดันแบบอสมมาตร โดยมีเป้าหมายเพิ่มต้นทุนที่วอชิงตันและพันธมิตรต้องแบกรับ ทั้งนี้ยูเออีต้องแบกรับมูลค่าความเสียหายจากการที่อิหร่านโจมตีแก้แค้นถล่มฐานทัพทหารสหรัฐฯและตำแหน่งที่ตั้งที่มีมูลค่าสูงอื่นๆในประเทศ ท่ามกลางรายงานที่ระบุว่าเตหะรานยิงจรวดและปล่อยโดรนรวมแล้ว 2,800 ลูก/ลำ เข้าใส่ยูเออี
กระทรวงการคลังสหรัฐฯเสนอข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ(currency swap) แก่ยูเออี ที่โดยปกติแล้วการจัดการลักษณะนี้จะดำเนินการโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) อย่างไรก็ตามวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่าดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่เฟดจะอนุมติ currency swap สำหรับยูเออี แม้ก่อนหน้านี้เคยมีตัวอย่างเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน โดยในคราวนั้น ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯลงนามในลงนามข้อตกลงแลกเปลี่ยนสกุลเงินกับอาร์เจนตินา มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนถึงศึกเลือกตั้งสำคัญ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงินเปโซที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก
ข้อตกลงสัญญาฉบับดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศและช่วยบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ โดยบางส่วนได้เริ่มทยอยชำระคืนแล้วในต้นปี 2026
ก่อนหน้านี้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เคยหยิบยกแนวคิดเกี่ยวกับการให้บรรดาชาติอาหรับรับผิดชอบต้นทุนในการทำสงครามกับอิหร่านบางส่วน ในขณะที่ ลินดา บิลเมส ศาสตราจารย์จากบัณฑิตวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เคนเนดี ประเมินว่าอเมริกาใช้จ่ายเงินเฉลี่ยแล้ว 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในช่วง 40 วันแรกของความขัดแย้งกับอิหร่าน
ท่ามกลางความผิดหวังของบรรดาชาติอาหรับที่มีต่อนโยบายต่างๆของสหรัฐฯเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น บรรดาบุคคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลประเทศต่างๆในอ่าวเปอร์เซีย ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นรวมถึง อับดุลคาเลก อับดุลลา อดีตที่ปรึกษาของประธานาธิบดียูเออี ที่ในวันอาทิตย์(5เม.ย.) เรียกร้องให้ปิดฐานทัพอเมริกาในประเทศ อ้างว่าพวกมันก่อภาระมากกว่าที่จะเป็นทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ เขาสนับสนุนให้ความสำคัญกับการจัดซื้ออาวุธล้ำสมัยจากอเมริกาในลำดับต้นๆ ในฐานะทางเลือกหนึ่งของยุทธศาสตร์ป้องกันชาติ
นอกจากนี้แล้ว อิหร่าน ยังเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซจากเรือต่างๆ ที่พวกเขามองว่าเป็นกลางในความขัดแย้ง เรียกร้องให้ชำระเป็นสกุลเงินหยวนและคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการควบคุมทางการเงินของอเมริกาและความเป็นไปได้ที่จะถูกคว่ำบาตร ความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะของดอลลาร์
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์/วอลล์สตรีท เจอร์นัล)

