”ธนพล“นายกสภาทนายความ เผยขั้นตอน พิจารณาคดีมรรยาททนายความ หลัง“พ.ต.อ.ภาคภูมิ”ยื่นร้องให้ตรวจสอบ“ทนายความโจ๊ก” ปมคลิปเสียง อ้างพยานหลักฐานเท็จ
ภายหลัง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ยื่นร้องมรรยาททนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีปรากฏคลิปเสียงที่อ้างพยานหลักฐานเเท็จ
วันนี้ (20 เม.ย.) ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เปิดเผยขั้นตอน ภายหลังรับคำร้อง คดีมรรยาททนายความ ว่าในทุกคดีไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่รับสำนวนจะนำเรื่องส่งประธานกรรมการมรรยาททนายความ เพื่อพิจารณามีคำสั่งรับคำกล่าวหา หรือไม่รับเป็นคำกล่าวหา หากมีคำสั่งรับเป็นคำกล่าวหาแล้ว จะจ่ายสำนวนไปให้คณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวน เมื่อคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนก็อาจจะมีเรียกพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรือหลักฐานอื่น ๆ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง
เมื่อทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมการสอบสวนได้สรุปความเห็นจากการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างคณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาต่อไป และเมื่อคณะกรรมการมรรยาททนายความได้นำสำนวนไปพิจารณาเพื่อมีคำสั่ง และจะมีคำสั่งเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ประธานกรรมการมรรยาททนายความจะส่งสำนวนคดีมรรยาททนายความไปยังนายกสภาทนายความ
ก่อนนำความเห็นกรณีร้องเรียนมรรยาททนายความดังกล่าว สู่คณะกรรมการบริหาร สภาทนายความที่มีตนเป็นนายกสภาทนายความ เป็นประธานเพื่อพิจารณาเเละมีความเห็น ว่าจะเห็นด้วยกับความเห็นกรรมการมรรยาททนายความหรือไม่ เช่น กรณีที่ประชุมกรรมการมรรยาทส่งมาว่ามีความผิด หรือไม่ผิดมรรยาท หรือเห็นว่ามีความผิดเเล้วควรลงโทษระดับไหน กรรมการบริหารสภาทนายความจะเป็นผู้พิจารณาก่อนมีคำสั่งต่อไป
เเละเมื่อกรรมการสภาทนายความมีความเห็นเเละคำสั่งแล้ว
หากทางผู้ถูกร้องเรียนเรื่องมรรยาททนายความ ยังไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของสภาทนายความก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสภานายกพิเศษเเห่งสภาทนายความที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแลการดำเนินงานของสภาทนายความ วินิจฉัยอุทธรณ์คดีมรรยาททนายความ และเป็นผู้มีอำนาจสั่งยืน แก้ หรือกลับคำสั่งของคณะกรรมการ สภาทนายความ ซึ่งคำสั่งของสภานายกพิเศษถือเป็นที่สุด
โดยสุดท้ายหากผู้ถูกร้องมรรยาททนายความยังไม่พอใจก็ต้องใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีมรรยาททนายความระดับการลงโทษแบ่งออกเป็น 3 สถาน ตามความร้ายแรง 1. ภาคทัณฑ์ (ตักเตือน) 2. ห้ามทำการเป็นทนายความ (พักใบอนุญาต) มีกำหนดไม่เกิน 3 ปี
และ 3. ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ (ถอนใบอนุญาต/หมดสภาพทนายความ)

