ศูนย์ข่าวขอนแก่น-ว่อนโซเชียล ภาพพระสงฆ์ ผู้ช่วยเข้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง เล่นสาดน้ำสงกรานต์ ปะแป้งนักท่องเที่ยวอยู่หน้าวัด ล่าสุดคณะสงฆ์มีมติลงโทษว่ากล่าวตำหนิ 1 ปี หากกระทำผิดซ้ำอีกปลดจากตำแหน่งทันที
จากกรณีสื่อโซเชียลโพสต์ภาพพระสงฆ์รวมกลุ่มเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ปะแป้งนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณหน้าวัดหนองแวง พระอารามหลวง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมแคปชั่นข้อความว่า “สาธุ นี่คือภาพ “ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง ขอนแก่น” นำทีมงานออกมาปะแป้งหนุ่มๆ ในวันสงกรานต์” โดยในภาพพบว่า มีพระสงฆ์ และสามเณร รวมทั้งประชาชนนักท่องเที่ยวกำลังยืนเล่นสงกรานต์อยู่ริมถนนอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งมีการปะแป้งเล่นเล่นสงกรานต์เป็นผู้ชายนั่งอยู่บนรถเครื่องเสียง มีสาวๆยืนเต้นอยู่บนรถ ทำให้เกิดเสียงวิพากวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เข้าพบกับทางเจ้าอาวาสวัด แต่ท่านติดกิจนิมนต์ แต่จากการสอบถามพระสงฆ์ในวัด และได้พบกับทางเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น บอกว่า กรณีดังกล่าวนั้นทางคณะสงฆ์ไม่ได้นิ่งเฉย ได้มีการลงโทษแล้ว แต่ในส่วนของรายละเอียด ขอให้เป็นทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ให้ข้อมูล
ด้านนางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น (ผอ.พศจ.ขอนแก่น) กล่าวว่า ภายหลังมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวในสื่อโซเชียล ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทางเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หน้าวัดธาตุ พระอารามหลวง ในวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งวัดธาตุ พระอารามหลวง ร่วมกับวัดหนองแวง พระอารามหลวง ได้จัดกิจกรรมแห่พระลับเข้าไปในชุมชนวัดธาตุตั้งแต่เวลา 17.00 น. เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสสรงน้ำพระลับตามประเพณีประจำทุกปี
โดยภาพที่ปรากฎนั้นเป็นห้วงเวลากลับเข้าวัดธาตุ พระอารามหลวง ได้มีประชาชนเข้ามาสรงน้ำ จึงได้มีการละเล่นตามประเพณีพอสมควร ก่อนกลับเข้าภายในวัด และพระสงฆ์ตามภาพในโซเชียลคือ พระครูธีรพงศ์ กิตฺติโสภโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง ซึ่งหลังจากที่พระท่านซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการจัดงาน ได้แห่ออกจากชุมชนจะกลับเข้าวัดแล้ว เกิดความพลั้งเผลอ ลืมตัว ประกอบกับสภาพอากาศร้อน ได้เข้าไปร่วมเล่นกับพระสงฆ์และเณรที่ปรากฎในภาพแต่พอควร ก่อนที่จะเข้าวัดไปทั้งหมด
หลังตรวจสอบเบื้องต้น ทางเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จเมื่อวานที่ผ่านมา โดยการกระทำดังกล่าวเป็นโลกวัชชะ คือ "โทษทางโลก" หรือความผิดที่ชาวบ้านทั่วไปมองว่าไม่เหมาะสม หรือเป็นสิ่งที่สังคมติเตียน เป็นความผิดลหุโทษ โดยทางคณะสงฆ์มีมติลงโทษให้ว่ากล่าวตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นบทลงโทษตามความผิดลหุโทษที่ร้ายแรงที่สุด หนักกว่าการทำทัณฑ์บน ซึ่งหากมีการประพฤติผิดซ้ำอีกก็จะทำการปลดจากตำแหน่งทันที ในส่วนของพระสงฆ์และสามเณรก็ได้มีการลงโทษตามความผิดลหุโทษ โลกวัชชะ ที่ปรากฏด้วยเช่นเดียวกัน.

