นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารระดับสูง ทส. เดินทางลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด
ในโอกาสนี้ นายไกรฤกษ์ เรือนคำ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้บรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ซึ่งเป็น “พื้นที่สงวนชีวมณฑล” ซึ่งมีความเปราะบางทางระบบนิเวศสูง ทำให้การควบคุมไฟป่าในบริเวณนี้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรัดกุม
ข้อมูลจากการรายงานระบุว่า ในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวสามารถทำสถิติจุดความร้อน (Hotspot) เป็น “ศูนย์” และในปี 2569 นี้ ได้สานต่อแนวคิด “การรักษาแชมป์ยากกว่าการเป็นแชมป์” ผ่านกลไกการทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนรอบพื้นที่กว่า 30 ชุมชน มีการจัดทำแนวกันไฟรอบดอยหลวงเชียงดาว การเคาะประตูบ้านประชาสัมพันธ์เชิงรุก รวมถึงการจัดตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าถึง 30 จุด เพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้วยเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรน จากสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ ซึ่งเข้าสนับสนุนภารกิจระหว่างวันที่ 13 - 18 เมษายน 2569 เพื่อตรวจหาแนวไฟและเข้าดับไฟในจุดหน้าผาสูงชันที่เข้าถึงยากด้วยเท้าเปล่า ช่วยลดความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่และเพิ่มความรวดเร็วในการระงับเหตุ โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18 เม.ย. 69 แม้จะพบจุดความร้อนสะสมรวม 236 จุด แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการเชิงรุก (Pre-emptive) เข้าดับไฟก่อนที่จะมีการแจ้งเตือนในระบบดาวเทียมได้ถึง 63 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ในช่วงวิกฤตที่มีอุณหภูมิสูงและเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุด
นายสุชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างจริงจัง โดยจะผลักดัน แผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ควบคู่กับการดำเนินงานในรูปแบบ ”เชียงดาวโมเดล“ เพื่อเป็นต้นแบบการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเครือข่ายชุมชนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเสียสละและเข้มแข็ง การลงพื้นที่ครั้งนี้ผมต้องการมาเห็นหน้างานจริงและรับฟังปัญหาจากปากพี่น้องเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ผมขอชื่นชมการทำงานแบบบูรณาการที่ไม่ได้รอให้ไฟเกิดที่เน้นการ "ชิงเก็บ" ลดเชื้อเพลิง และความร่วมมือจากเครือข่ายชุมชนรอบดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้คงอยู่ถึงลูกหลาน”
จากนั้น รมว.ทส. ได้พบปะตัวแทนเครือข่ายชุมชนเพื่อขอบคุณภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง ก่อนตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า พร้อมมอบอาหารแห้งและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เสียสละทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยได้เน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนคือกำลังสำคัญในการดูแลและปกป้องทรัพยากร ความปลอดภัยและสวัสดิการของทุกคนเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างเต็มที่เพื่อให้ภารกิจปกป้องป่าครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี

