xs
xsm
sm
md
lg

อเมริกาพ่ายหมดรูป ในสมรภูมิรบอะไรบ้าง แกร่งจริงแต่โง่จึงแพ้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิด 6 สมรภูมิพ่ายแพ้ของสหรัฐฯ บทพิสูจน์มหาอำนาจที่แกร่งด้วยอาวุธแต่อ่อนยุทธศาสตร์ ก่อนเดิมพันครั้งที่ 7 ในสงครามอิหร่านที่ทั่วโลกจับตาและไม่เห็นด้วย

โลกได้พักหายใจอีกเฮือก หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยอมหยุดยิง 2 สัปดาห์ เพื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจากับอิหร่าน แต่การเจรจารอบแรกที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานล้มเหลว รอจะเจรจารอบสอง แต่ไม่รู้จะได้เจอกันไหม

แม้ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ แต่มีสัญญาณบางประการว่า สหรัฐฯ อาจไปไม่รอดในสงครามนี้ เพราะนอกจากอิหร่านแกร่งกว่าที่ “ทรัมป์บ้า” คาดการณ์แล้ว

ทั้งกระแสโลก ทั้งประเทศมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรกัน และทั้งคนอเมริกันเอง ต่างไม่เอาด้วยกับสงคราม ที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนทั่วโลกขนาดนี้

ส่อเค้าว่า นี่เป็นการรบครั้งที่ 7 จากทั่วโลก ที่สหรัฐฯ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ทั้งที่มีอาวุธและกำลังทหารที่เหนือกว่าข้าศึก ในทุกสมรภูมิ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เป็นแม่ทัพขุนพล หากไม่รู้กระจ่างในดาราศาสตร์ ไม่รู้ซึ้งถึงภูมิศาสตร์ ไม่ล่วงรู้ความเปลี่ยนแปลงของพลังจักรวาลหยินและหยาง ไม่เข้าใจการจัดค่ายกล ย่อมมิใช่ยอดขุนพล เป็นได้เพียงคนโง่เขลาเท่านั้น”

โพสต์ดังกล่าว อาจารย์ปิติรวบรวมการศึกที่สหรัฐฯ พ่ายแพ้หมดรูปไว้ดังนี้

1. สงครามเกาหลี (Korean War, ค.ศ. 1950-1953) : ความประมาทต่อดุลยภาพแห่งอำนาจ

บริบทเหตุการณ์ : สงครามเกาหลีเริ่มต้นเมื่อกองทัพเกาหลีเหนือข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมารุกรานเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ภายใต้ธงของสหประชาชาติ (UN) ได้เข้าแทรกแซงจนสามารถผลักดันเกาหลีเหนือกลับไปได้สำเร็จ ทว่าเป้าหมายได้เปลี่ยนไปสู่ความทะเยอทะยานที่ใหญ่กว่า คือ “การบุกยึดเกาหลีเหนือเพื่อรวมชาติ” นายพลพลดักลาส แมกอาเธอร์ (Douglas MacArthur) นำทัพรุกคืบเข้าใกล้แม่น้ำยาลูซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติติดกับจีน โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนของรัฐบาลปักกิ่ง ผลที่ตามมาคือกองทัพทหารอาสาสมัครจีนนับล้านคนข้ามแม่น้ำลงมาตีโต้ ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องถอยร่น สงครามจบลงด้วยการชะงักงันและหยุดยิงที่เส้นขนานที่ 38 เช่นเดิม สหรัฐฯ พ่ายแพ้ต่อเป้าหมายในการรวมชาติเกาหลี

2. ปฏิบัติการบุกอ่าวหมู คิวบา (Bay of Pigs Invasion, ค.ศ. 1961) : แผนลวงที่ไร้รากฐาน

บริบทเหตุการณ์:ในช่วงต้นสงครามเย็น สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ได้ฝึกอาวุธให้ชาวคิวบาพลัดถิ่นกว่า 1,400 คน เพื่อกลับไปบุกยึดประเทศและโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของ ฟิเดล คาสโตร สหรัฐฯ เชื่อว่าทันทีที่กองกำลังนี้ยกพลขึ้นบก ประชาชนคิวบาจะลุกฮือขึ้นสนับสนุน แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร ข่าวกรองรั่วไหล กองทัพคาสโตรดักรออยู่แล้ว ประกอบกับประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี กลัวโลกจะรู้ว่าสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลัง จึงยกเลิกการสนับสนุนทางอากาศ กองกำลังพลัดถิ่นถูกทำลายและจับกุมอย่างราบคาบภายใน 3 วัน

3. สงครามเวียดนาม (Vietnam War, ค.ศ. 1955-1975) : การติดหล่มในสมรภูมิที่มองไม่เห็น

บริบทเหตุการณ์:จากทฤษฎีโดมิโน สหรัฐฯ ทุ่มสรรพกำลังทั้งทหาร อาวุธ และงบประมาณมหาศาลเพื่อป้องกันไม่ให้เวียดนามใต้ตกเป็นของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ แต่กองทัพสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับสงครามกองโจรจากกลุ่มเวียดกง รัฐบาลไซ่ง่อนก็เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน การรบที่ยืดเยื้อนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตทหารอเมริกันนับหมื่น เกิดกระแสต่อต้านสงครามอย่างรุนแรงในประเทศ จนสุดท้ายสหรัฐฯ ต้องถอนทหาร ทิ้งให้เวียดนามใต้พ่ายแพ้และถูกรวมชาติโดยคอมมิวนิสต์ในปี 1975

4. วิกฤตการณ์เลบานอน (Multinational Force in Lebanon, ค.ศ. 1982-1984) : ภารกิจที่ไร้เข็มทิศ

บริบทเหตุการณ์:เลบานอนตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมืองที่ซับซ้อน สหรัฐฯ ส่งนาวิกโยธินเข้าไปในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ เพื่อคุ้มครองพลเรือนและเปิดทางให้กองกำลัง PLO ถอนตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป สหรัฐฯ กลับถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง โดยถูกมองว่าเข้าข้างรัฐบาลฝ่ายคริสเตียนและยิงถล่มฐานที่มั่นของฝ่ายมุสลิม จุดเปลี่ยนคือเหตุการณ์คาร์บอมบ์ค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในกรุงเบรุต ทำให้ทหารเสียชีวิต 241 นาย ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน จึงต้องสั่งถอนทหารโดยที่ยังไม่บรรลุสันติภาพใดๆ

5. สงครามอิรัก (Iraq War, ค.ศ. 2003-2011) : การทำลายสมดุลและชัยชนะที่กลวงเปล่า

.

บริบทเหตุการณ์:สหรัฐฯ นำโดยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช บุกอิรักด้วยข้ออ้างว่าซัดดัม ฮุสเซน ครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) แม้จะสามารถโค่นล้มระบอบซัดดัมได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่เคยพบอาวุธดังกล่าว ซ้ำร้าย นโยบายการยุบพรรคบาธและกองทัพอิรักเดิม ทำให้ทหารและข้าราชการชาวซุนนีตกงานนับแสนคนและหันไปจับอาวุธลุกฮือ เกิดเป็นสงครามกลางเมือง การก่อการร้าย (รวมถึงการก่อเกิดของ ISIS) และการถอนทหารของสหรัฐฯ ทิ้งตะวันออกกลางให้อยู่ในสภาวะที่ไร้เสถียรภาพยิ่งกว่าเดิม

6. สงครามอัฟกานิสถาน (War in Afghanistan, ค.ศ. 2001-2021) : สุสานของมหาอำนาจ

บริบทเหตุการณ์:หลังเหตุการณ์ 9/11 สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถานเพื่อทำลายเครือข่ายอัลกออิดะห์และโค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน แม้จะทำได้สำเร็จในช่วงแรก แต่สหรัฐฯ กลับติดหล่มในภารกิจการ "สร้างชาติ" (Nation-building) ที่ขัดกับบริบททางภูมิสังคมและโครงสร้างชนเผ่า รัฐบาลกลางคาบูลที่สหรัฐฯ หนุนหลังเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน ในขณะที่ตาลีบันใช้พรมแดนปากีสถานเป็นที่หลบภัย เมื่อสหรัฐฯ ถอนทหารในปี 2021 กองทัพอัฟกานิสถานก็แตกพ่ายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ และตาลีบันก็กลับมาปกครองประเทศอีกครั้ง ปิดฉากสงคราม 20 ปีที่สูญเปล่า

ทั้ง 6 สมรภูมิดังกล่าว รศ.ดร.ปิติ ยังนำตำราพิชัยสงครามระดับโลก 3 เล่ม ได้แก่ ตำราพิชัยสงครามซุนวู, คัมภีร์ 36 กลยุทธ์ และยุทธพิชัยสงครามสามก๊ก เอามาวิเคราะห์หาเหตุผลด้วย ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่สหรัฐฯ ต้องพ่ายแพ้กลับบ้านไปอย่างเจ็บปวด

สงครามบุกอิหร่านรอบนี้ อาจเพิ่มสถิติความพ่ายแพ้ของสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เพราะตอนนี้โดนัล ทรัมป์กำลังหาทางออกจากหล่มสงคราม ซึ่งยังไม่เห็นทางออก