ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับมาปล่อยข่าวในแง่ดีอีกคำรบหนึ่ง ระบุสงครามกับอิหร่านสามารถที่จะยุติในเร็วๆ นี้ พร้อมกับบอกให้โลกเฝ้าจับตา “ช่วงเวลาที่น่ามหัศจรรย์ 2 วันข้างหน้า” ขณะเดียวกัน กองทหารสหรัฐฯที่กำลังบังคับใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ คุยว่าสามารถสกัดให้เรือต่างๆ ที่เดินทางออกมาจากพวกท่าเรือของอิหร่านต้องเลี้ยวกลับไป
ขณะที่หลายๆ ฝ่ายซึ่งเกี่ยวข้องระบุว่ามีลู่ทางโอกาสที่คณะเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯและอิหร่านจะกลับมายังปากีสถานเพื่อเจรจาหารือกันอีกในเร็วๆ นี้ ทางด้านรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ซึ่งนำคณะของอเมริกันไปพูดคุยที่กรุงอิสลามบัดที่ยุติลงในวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) โดยไม่สามารถผ่าทางตันใดๆ ได้ ได้ออกมาแถลงว่า เขามีความรู้สึกในแง่บวกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เป็นอยู่ในเวลานี้
ทรัมป์ซึ่งไม่ออกมาแถลงข่าว แต่ยังคงหันไปใช้วิธีพูดจากับสื่อบางรายหลายๆ สื่อ โดยเขาบอกกับ โจนาธาน คาร์ล ผู้สื่อข่าวของสื่อเครือข่ายโทรทัศน์ เอบีซีนิวส์ ว่า “ผมคิดว่าคุณกำลังจะได้ชมช่วงเวลาที่น่ามหัศจรรย์ 2 วันข้างหน้า” ทั้งนี้เป็นข้อความซึ่งผู้สื่อข่าวผู้นี้โพสต์ทางแพลตฟอร์ม X นอกจากนั้นทรัมป์ยังบอกอีกว่าเขาไม่คิดว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องขยายระยะเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์ซึ่งมีกำหนดหมดอายุลงในวันอังคารหน้า (21)
ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอบีซีนิวส์นี้ ทรัมป์ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านอาจเริ่มเจรจากันอีกครั้งใน 2 วันข้างหน้า ซึ่งผลลัพธ์อาจเป็นไปได้ทุกอย่าง แต่เขาคิดว่า น่าจะสามารถตกลงกันได้เพราะจะเปิดทางให้อิหร่านฟื้นฟูประเทศ ก่อนสำทับว่า รัฐบาลอิหร่านขณะนี้ไม่เหลือพวกหัวรุนแรงสุดโต่งแล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า “ผมคิดว่ามันสามารถที่จะจบลงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ มันจะจบลงในเร็วๆ นี้แหละ” โดยเขาพูดเช่นนี้ในการให้สัมภาษณ์แยกต่างหากออกไปกับรายการ “มอร์นิ่งส์ วิธ มาเรีย” ของเครือข่ายทีวีฟ็อกซ์บิสซิเนส โดยที่มีการบันทึกเทปเมื่อวันอังคาร (14) และนำออกอากาศในวันพุธ (15)
ในอีกด้านหนึ่ง พวกเจ้าหน้าที่ปากีสถาน อิหร่าน และประเทศอ่าวเปอร์เซีย ต่างเปิดเผยตรงกันว่า ทีมเจรจาจากอเมริกาและอิหร่านอาจกลับไปหารือกันที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานในสัปดาห์นี้ แม้แหล่งข่าวอาวุโสคนหนึ่งของอิหร่านระบุว่า ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนก็ตาม
เมื่อวันอังคาร ทรัมป์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อนิวยอร์กโพสต์ว่า ทีมเจรจาของอเมริกามีแนวโน้มกลับไปยังอิสลามาบัด และยกย่องจอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ในการเป็นตัวกลางการเจรจา
ทางด้านรองประธานาธิบดีแวนซ์ ได้ออกมากล่ราวในวันอังคารเช่นกันว่า ทรัมป์ต้องการบรรลุข้อตกลงสำคัญกับอิหร่าน แต่ปัญหาคือทั้งสองฝ่ายต่างไม่ไว้ใจกันอย่างมาก
ทั้งนี้ เป็นที่คาดหมายกันว่าประเด็นสำคัญซึ่งจะมีการหารือกันให้ลงตัว คือ โครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน ซึ่งวอชิงตันเสนอให้อิหร่านระงับกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์นาน 20 ปี ทว่า อิหร่านส่งสัญญาณว่า ต้องการระงับกิจกรรมดังกล่าวแค่ 3-5 ปี
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า ระยะเวลาในการระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นการตัดสินใจทางการเมือง และเป็นไปได้ว่า อิหร่านอาจยอมประนีประนอมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเจรจา
นอกจากนี้อเมริกายังกดดันให้เคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านการเสริมสมรรถนะแล้ว ออกจากอิหร่าน ขณะที่เตหะรานเรียกร้องให้นานาชาติยกเลิกมาตรการแซงก์ชัน
แหล่งข่าวคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาในปากีสถานเผยว่า การหารือหลังฉากที่เริ่มต้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าในการลดช่องว่างความคิดเห็นที่ไม่ลงรอย และทำให้การเจรจารอบใหม่มีโอกาสบรรลุข้อตกลงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี แนวโน้มข้อตกลงสันติภาพกลับถูกบ่อนทำลายจากการที่อิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลและอเมริกาอ้างว่า ไม่อยู่ในข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน แม้เอกอัครราชทูตอิสราเอลและเลบานอนประจำวอชิงตัน เปิดการเจรจาโดยตรงกันเป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารก็ตาม
วันเดียวกันนั้น อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น และอีก 7 ชาติออกคำแถลงประณามการสังหารเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติในเลบานอน ซึ่งเห็นกันว่าเป็นฝีมือการกระทำของอิสราเอล และเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที
ฮอร์มุซยังตึงเครียด
ข่าวอเมริกาและปากีสถานอาจหวนคืนสู่โต๊ะเจรจาช่วยลดความกดดันในตลาดพลังงาน ดึงราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์ เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ลดลงอยู่ที่ 94.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 91.28 ดอลลาร์ตามลำดับเมื่อวันพุธเป็นการลดลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ติดกันสองวันซ้อน
อย่างไรก็ดี ซัปพลายน้ำมันในตลาดก็กำลังจะลดลง เนื่องจากอเมริกาประกาศว่า ไม่มีแผนขยายเวลาระงับมาตรการแซงก์ชันน้ำมันอิหร่าน 30 วันที่จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้
สงครามที่อเมริกาและอิหร่านก่อขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถจัดส่งพลังงานไปให้ลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและยุโรป
วิกฤตการขาดแคลนพลังงานถูกซ้ำเติมหนักหน่วงขึ้นไปอีก จากการที่ทรัมป์ประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยเมื่อวันอังคาร พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US CENTCOM) ออกประกาศอ้างว่า หลังจากดำเนินการปิดกั้นทางทะเลไม่ถึง 36 ชั่วโมง กองทัพอเมริกันสามารถปิดกั้นท่าเรือต่างๆของอิหร่านอย่างสมบูรณ์ ทำให้เรือที่ถูกอเมริกาแซงก์ชัน รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันของจีนบางลำต้องหันหัวแล่นกลับเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ ในจำนวนนี้รวมถึงเรือริช สตาร์รี ของจีน ซึ่งเป็นเรือ 1 ใน 8 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอังคาร
ก่อนหน้านั้น วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า กองทัพอเมริกาสกัดเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ 8 ลำนับจากเริ่มต้นการปิดกั้นทางทะเลในวันจันทร์ (13)
ข้อมูลจากเคปเลอร์และ LSEG ระบุว่า ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นับจากที่อเมริกาเริ่มการปิดล้อม
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)

