เมืองไทย 360 องศา
นับจากวันนี้ถือว่าสิ้นสุดเทศกาลวันสงกรานต์วันหยุดยาวกันแล้ว จึงได้เห็นภาพความหนาแน่นตามเส้นทางบนท้องถนนแทบทุกสาย สำหรับหลายคนต้องกลับมาทำงานกันต่อในวันรุ่งขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป ขณะเดียวกันอย่างที่รู้กันดีว่านับจากนี้ไปเราต้องเจอกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจกันหนักหน่วง จากต้นเหตุสงครามในตะวันออกกลาง
หลายคนรับรู้กันล่วงหน้าแล้วว่า ภาวะ “ข้าวยากหมากแพง” จะหนักขึ้นกว่าเดิม อันเป็นผลมาจากภาวะน้ำมันแพง และยิ่งหลังจากที่การเจรจาสันติภาพ ที่มีปากีสถานเป็นคนกลางได้ล่มลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และตามมาด้วยการที่ทางประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งทำให้ทุกอย่างกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง อย่างไรก็ดีสถานการณ์ก็ทำท่าพลิกกลับมาเป็นบวกอีก เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าทางอิหร่านขอกลับมาเจรจา
ส่งผลให้เมื่อวันวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันขยับลงแรง จากความหวังอิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯและอิสราเอล เพื่อยุติความขัดแย้งที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปัจจัยนี้ดันวอลล์สตรีท ปิดบวก ขณะที่ทองคำปรับลด ท่ามกลางการอ่อนค่าของดอลลาร์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 7.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 91.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 4.57 ดอลลาร์ ปิดที่ 94.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักข่างต่างประเทศ อ้างแหล่งข่าว 5 คน เปิดเผยว่าคณะเจรจาจากสหรัฐฯและอิหร่าน อาจเดินทางกลับไปยังอิสลามาบัดในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้แล้วเจ้าหน้าที่อเมริการายหนึ่งก็บอกเช่นกันว่า ยังคงประสานงานในความพยายามบรรลุข้อตกลงหนึ่งใด ส่วน เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ระบุความพยายามต่างๆ นานา กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันอังคาร(14 เม.ย.) ท่ามกลางรายงานความพยายามรอบใหม่ในการคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนประเมินรายงานผลประกอบการของสถาบันการเงินต่างๆและข้อมูลเงินเฟ้อของอเมริกา
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 317.74 จุด (0.66 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 48,535.99 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 81.14 จุด (1.18 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,967.38 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 455.35 จุด (1.96 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,639.08 จุด
การเจรจายุติสงครามในอิหร่าน อาจหวนคืนมาในปากีสถาน ในอีก 2 วันข้างหน้า จากการเปิดเผยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์ ในวันอังคาร(14 เม.ย.) ตามหลังการเจรจาที่พังครืนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งกระตุ้นให้วอชิงตันปิดล้อมท่าเรือทั้งหลายของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน พวกผู้แทนของอิสราเอลและเลบานอน เข้าสู่การเจรจากันโดยมี มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเป็นเจ้าภาพ โดยมีประเด็นความขัดแย้งในปัจจุบันอยู่ในวาระหารือ ทั้งนี้ อิสราเอล เรียกร้องให้ เบรุต ปลดอาวุธพวกฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรของอิหร่าน
ด้านราคาทองคำปรับขึ้น ในวันอังคาร (14 เม.ย.) ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และความเจรจาลดความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.7 % ปิดที่ 4,850.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แม้ว่าโลกยังคาดหวังกับการกลับมาเจรากันในรอบที่สองระหว่างสหรัฐและอิหร่านโดยมีปากีสถานเป็นคนกลางยังมีความพยายามอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ถึงอย่างไรทุกอย่างยังถือว่า “เปราะบาง” และไม่แน่นอนเต็มที
อย่างไรก็ดี สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ข้างหน้าที่คนไทยต้องเจอและเตรียมรับมือหลังสงกรานต์ หากทุกอย่างยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น นั่นคือยังเกิดความตึงเครียดต่อไป ยิ่งทำให้วิกฤตลากยาวก็ย่อมหมายความว่าราคาน้ำมัน และพลังงานจะต้องแพงต่อไป ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนสินค้าทุกอย่างต้องแพงตามไปด้วย และคราวนี้เป็นการ “แพง” แบบก้าวกระโดดในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ทำให้ชาวบ้านเริ่มตระหนักกันมาก่อนเทศกาลว่า หลังจากนี้ไปทุกอย่างจะกลับมาวิกฤต และเป็นวิกฤตที่จะเริ่มเห็นผลนับจากนี้ และจากภาวะข้าวของแพงดังกล่าว แม้ว่าจะพยายามประหยัด รัดเข็มขัดกันแค่ไหนก็ตามมันก็ยิ่งลำบาก แม้ว่าล่าสุดทางรัฐบาล นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ออกมาให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนก็ตาม
เร็วที่สุด รัฐบาลเพิ่งบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา เราทำงานมาโดยตลอด นโยบายต่างๆ จะเร่งเป็นรูปธรรม อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัส ก็อาจจะเรียกเป็น นโยบายไทยช่วยไทย ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้วางรูปแบบไว้แล้ว น่าจะเป็นพลัสมากกว่าคนละครึ่งครั้งที่แล้ว มาตรการช่วยเหลือเรื่อง ค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่ให้เกินหน่วยละ 3 บาท ที่ให้แก่ทุกกลุ่ม ส่วนใครใช้ไฟเกินก็คิดราคาตามขั้นบันได รวมถึงมาตรการสินค้าไทยช่วยไทย ที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกจะออกมามากขึ้น โดยใช้ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ให้ห้างร้านมาวางสินค้าจำหน่ายแก่ประชาชนมากที่สุด
แน่นอนว่า ช่วงหลังสงกรานต์กำลังถูกจับตามองมากที่สุดว่าทุกอย่างจะ “ขึ้น” ไปถึงไหน เพราะเหมือนกับว่าที่ผ่านมาจะมีการ “อั้น” กันเอาไว้ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าโดยสาร ราคาสินค้าสารพัด อีกทั้งล่าสุดทั้งนายกรัฐมนตรี และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ยังไม่ยืนยันว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันหรือไม่
ดังนั้น เท่าที่ประเมินอาจมองในแง่ร้ายเกินไปก็ได้ เพียงแต่ว่าการเตรียมรับมือ และรับสภาพความจริงให้ได้ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์จริงก็น่าจะเป็นการปรับตัวให้ชิน และรับสภาพได้เร็ว ดีกว่ามองโลกในดีจนเกินไปและไม่รับรู้เหตุการณ์ รอให้เกิดสถานการณ์แล้วรับมือไม่ทัน ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ “อย่าประมาท”เป็นอันขาด !!

