ชุดพยัคฆ์ไพร ของกรมป่าไม้ แทบจะกลายเป็นชุดสุนัขไพรไปเลย จากปฏิบัติการสนธิกําลังนับร้อย บุกจับที่พักสงฆ์วัดป่า บ่อน้ําพระอินทร์ อําเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
เพราะกระแสสังคม คือถล่มชุดพยัคฆ์ไพร แทบจมธรณี จากเริ่มต้น บุกเข้าไปแบบขึงขัง ลุยวัดแบบไม่ถอดรองเท้า แถมพูดมากเหมือนผีเจาะปาก มาถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่าไปไม่เป็นแล้ว
ที่พักสงฆ์ดังกล่าว เป็นของพระสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือหลวงตาสิ้นคิด ซึ่งเป็นพระป่านักอนุรักษ์ป่าชื่อดัง มีผลงานจับต้องได้ ด้วยการพลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรม แห้งแล้ง ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ในทุกวันนี้
กลับต้องมาถูกกรมป่าไม้ แจ้งความ สภ.อ.ช่องเม็ก ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 กล่าวหาว่าหลวงตาสิ้นคิด สร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวน 12 ไร่
ประเด็นที่ชาวพุทธ แห่มาร้องขอความเป็นธรรมให้กับหลวงตาสิ้นคิดก็คือ สิ่งปลูกสร้างที่กรมป่าไม้ระบุนั้น เป็นเพียงกุฏิปฏิบัติธรรม ซึ่งปลูกตามใต้ร่มไม้ใบบัง โดยยังรักษาสภาพธรรมชาติของป่าไว้ทุกประการ ไม่ได้มีลักษณะของการหักล้างถางพง
ความที่หลวงตาสิ้นคิด ทุ่มเทในการดูแลรักษาพื้นที่ป่ารอบๆ ที่พักสงฆ์ ทั้งปลูกป่าเพิ่มเติม ทั้งระดมกำลังต่อสู้กับไฟป่ายามหน้าแล้ง โดยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆจากหน่วยราชการ
พอมาเจอดอกนี้ของชุดพยัคฆ์ไพร ท่านถึงกับกลั้นน้ําตาไว้ไม่ได้ ลั่นออกมาว่า พระ ไม่จําเป็นต้องให้ใครมาช่วยเหลือ
ในเมื่อราชการเห็นว่า แนวทางอนุรักษ์ป่าของท่าน ดันกลายเป็นเรื่องของการบุกรุกป่า หลวงตาสิ้นคิด ก็จะไม่ขัดขืนใดๆ พร้อมจะพาพระแม่ชีและญาติโยม นับพันชีวิต ย้ายออกไปจากป่า ที่กรมป่าไม้หวงนักหวงหนาแห่งนี้
ด้วยท่าทีที่ไม่ยึดติดใดๆนี้เอง ก่อให้เกิดเป็นกระแสตีกลับไปที่กรมป่าไม้ แถมลามปามไปถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดนสังคมประณามกันทุกสารทิศ
โดยเฉพาะหลวงตาสิ้นคิด มีลูกศิษย์คนดังๆหลายคน ออกมาช่วยปกป้องด้วยความอัดอั้นตันใจ กับการทํางานของกรมป่าไม้
อย่างตลกชูษี เชิญยิ้ม นําสื่อไปชี้จุดกุฏิปฏิบัติธรรมใต้ร่มป่า จนแทบจะร้องไห้ออกมาตามหลวงตาสิ้นคิด
อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ประกาศว่าหลังสงกรานต์จะเดินทางไปยังวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ แล้วจะไลฟ์สดด่ากรมป่าไม้ที่นั่น
แม้แต่นักบอลชื่อดัง อย่าง “ตอง กวินทร์” ก็เรียกร้องให้กรมป่าไม้ทบทวนมุมมอง ให้มีความรอบด้านกว่าที่เป็นอยู่
“อาเรวัช” เรวัช กลิ่นเกษร ชี้ว่า งานนี้กรมป่าไม้โคตรเว่อร์ สนธิกำลังอะไรกันจะขนาดนั้น
ทั้งที่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปแค่ 3-4 คน ไปตรวจสอบกับหลวงพ่อสิ้นคิดเงียบๆ ก็รู้เรื่องแล้ว
ใครๆ ก็ดูออกว่า งานนี้กรมป่าไม้ ต้องการใช้ งานจับกุมพระ ให้เป็นผลงานสร้างชื่อ วิธีนี้เป็นโมเดล หรือสูตรสําเร็จ ที่คนประเภทมือปราบพงไพร เคยใช้กันมาก่อน
มีการเข้าชื่อ เพื่อเอาผลงานกันยาวเป็นหางว่าว เว่อวังสุดๆ โดยเพจพยัคฆ์ไพร เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ระบุรายชื่อผู้เกี่ยวข้องไว้ เพียบ มีเข่น
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สจป.ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.6 (ภูโหล่น - ห้วยนาบัว) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.8 (ฝั่งขวาลำโดมน้อยตอนบน) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสิรินธร ก็มาด้วย
พร้อมคำขึงขังว่างานนี้ “ถูกคือถูก ผิดคือผิด ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”
ต่อมา เมื่อถูกกระแสสังคมถล่มเละ ว่าทํางานเหมือนคนสิ้นคิด กรมป่าไม้ก็เปิดแถลงชี้แจงวุ่นว่า แค่ไปแจ้งความลงบันทึกประจําวันกับตำรวจเท่านั้น ไม่ได้มีการจับกุมพระ แม่ชี หรือขับไล่ใคร ออกจากป่าทั้งสิ้น
หลวงตาสื้นคิด และศิษยานุศิษย์ ยังสามารถ ดูแลพื้นที่วัด 15 ไร่ พื้นที่พุทธอุทยาน 484 ไร่ และพื้นที่ 12 ไร่ ที่มีปัญหาได้ต่อไปตามเดิม
กรมป่าไม้โบ้ยว่า งานนี้ถูกภาพถ่ายดาวเทียมแหกตา หลวงตาสิ้นคิด ไม่ได้สิ้นคิดตัดไม้ทําลายป่า แค่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

