นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลออกมาวิจารณ์ยุโรปลืมบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวไปแล้ว พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ประเทศในยุโรปที่ไม่สนับสนุนสงครามกับอิหร่าน
หลายประเทศในยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ปฏิเสธข้อเรียกร้องของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านปิดกั้นไม่ให้ "เรือข้าศึก" ผ่าน หลังจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 เม.ย.) เนทันยาฮู ระบุว่า ชาวยุโรปเป็นคนอกตัญญู และอ้างว่าการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลนั้นเป็นการ “ปกป้องยุโรป”
เนทันยาฮู กล่าวว่า “ยุโรปซึ่งลืมเลือนไปมากนับตั้งแต่เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว สามารถเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากเราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างความดีกับความชั่ว ซึ่งในยามคับขันนั้นทำให้เราจำเป็นต้องทำสงครามเพื่อความดี เพื่อชีวิต”
“ยุโรปซึ่งให้คำมั่นสัญญาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าจะปกป้องความดี วันนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนแอทางศีลธรรมอย่างลึกซึ้ง ยุโรปกำลังสูญเสียการควบคุมอัตลักษณ์ ค่านิยม และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอารยธรรมจากความป่าเถื่อน” เขากล่าวเสริม
อิหร่านประณามสงครามครั้งนี้ว่าเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุผล และให้คำมั่นว่าจะปกป้อง “สิทธิอธิปไตย” ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อวัตถุประสงค์ในทางสันติ
เมื่อวันอาทิตย์ (12) ทรัมป์สั่งปิดล้อมทางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านซึ่งมีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ยล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ที่มา: RT

