xs
xsm
sm
md
lg

งานหยาบแล้ว! ความตึงเครียดส่อลามถึงอาเซียน อินโดฯใกล้ไฟเขียวเครื่องบินกองทัพ US ใช้น่านฟ้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อินโดนีเซียและสหรัฐฯกำลังหารือกันเกี่ยวกับข้อเสนอหนึ่ง ซึ่งจะเปิดทางให้เครื่องบินของกองทัพอเมริกาเข้าถึงน่านฟ้าของอินโดนีเซีย จากการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมแดนอิเหนาในวันจันทร์(13 เม.ย.) แต่เน้นย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ลุล่วง

สื่อมวลชนหลายแห่งรายงานในวันอาทิตย์(12 เม.ย.) ว่าสหรัฐฯกำลังหาทางให้เครื่องบินของกองทัพอเมริกาเข้าถึงน่านฟ้าของอินโดนีเซียอย่างครอบคลุม และประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต อนุมัติข้อเสนอดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามทางกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียออกมาตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าว ระบุในถ้อยแถลงว่าทั้ง 2 ประเทศ ยังคงอยู่ระหว่างพูดคุยเกี่ยวกับ "หนังสือแสดงเจตจำนง" และที่อยู่ระหว่างการหารือกันภายในนั้น เป็นเพียงร่างในเบื้องต้นเท่านั้น

ถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ชี้แจงต่อว่าร่างเอกสารดังกล่าว ยังไม่ถือเป็นร่างสุดท้ายและไม่มีผลผูกพันใดๆ

ว่ากันว่าร่างข้อเสนอนี้จะเปิดทางให้เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ บินผ่านเข้าถึงน่านฟ้าของอินโดนีเซีย สำหรับปฏิบัติการฉุกเฉินต่างๆนานา เช่นเดียวกับภารกิจตอบสนองวิกฤตทั้งหลายและการซ้อมรบทางทหารที่ตกลงร่วมกัน ตามรายงานของซันเดย์ การ์เดียน สื่อมวลชนอินเดีย เมื่อวันอาทิตย์(12 เม.ย.)

เอกสารยังบ่งชี้เพิ่มเติมว่าข้อตกลงนี้ มีขึ้นตามหลังการพบปะกันระหว่างปราโบโวและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีข่าวว่า ปราโบโว อนุมัติข้อเสนอยอมให้เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯใช้น่านฟ้าขออินโดนีเซีย ระหว่างการประชุมดังกล่าว

"เครื่องบินสหรัฐฯอาจบินผ่านไปทันทีเมื่อได้รับแจ้ง จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกการใช้งานเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ" อ้างอิงเอกสารที่ใช้ชื่อว่า "Operationalizing US Overflight" ที่ทางกระทรวงสงครามของอเมริกาอ้างว่าได้ส่งไปยังกระทรวงกลาโหมของอินโดนีเซีย ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ตามรายงานของซันเดย์ การเดียน

อย่างไรก็ตามทางกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ยืนยันว่าการควบคุมน่านฟ้าของอินโดนีเซียยังคงเป็นของอินโดนีเซีย พร้อมระบุข้อตกลงต่างๆกับประเทศอื่นจะปกป้องอธิปไตยของอินโดนีเซียและยึดถือกฎหมายของอินโดนีเซีย

รายงานข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ก่อนหน้าที่ พีธ เฮกเซธ จะให้การต้อนรับ ซาฟรี ซามโซดิน รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย ที่เพนตากอนในวันจันทร์(13 เม.ย.) ซึ่งหลังจากนั้นทั้ง 2 คน ได้แถลงสถาปนาพันธมิตรความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่าง 2 ชาติ

พันธมิตรนี้จะถูกใช้เป็นกรอบการทำงานสำหรับส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศทวิภาคี ระหว่างสหรัฐฯกับอินโดนีเซีย เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

(ที่มา:รอยเตอร์/ซีเอ็นเอ)