ลำปาง – คืบหน้ารถพ่วงมรณะชนวินาศกวาดรถชะลอเข้าทางเบี่ยงก่อนถึงจุดก่อสร้างถนนเดิน-ลำปาง ดับ 2 เจ็บ 8 รวมเด็ก 3 ขวบที่ต้องกำพร้าพ่อแม่พร้อมกัน..บริษัทประกันพร้อมจ่ายเบื้องต้นรายละ 2.2 ล้าน ญาติเตรียมฟ้องแพ่งต่อเรียก 22 ล้าน เผย2ชีวิตที่เสียไปเพราะความประมาทกับเด็กที่ต้องขาดพ่อแม่ บริษัทว่าจ้างขนสินค้าก็ควรต้องรับผิดชอบด้วย
กรณีอุบัติเหตุหมู่ รถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกเครื่องสุขภัณฑ์จากสระบุรี ลำเลียงส่งขึ้นเชียงใหม่ ชนวินาศสันตะโรรถที่ชะลอตัวก่อนถึงทางเบี่ยงเข้าจุดซ่อมสร้าง ถ.พหลโยธิน(ขาขึ้น) กม.601 ต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติแม่วะ รวม 9 คัน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.เศษที่ผ่านมา(11 เม.ย.69) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย(สามี-ภรรยา) บาดเจ็บ 8 ราย รวมลูกของผู้เสียชีวิต ซึ่งอายุราว 3 ขวบ 1 รายที่รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ แต่ต้องกำพร้าพ่อและแม่ไปกับเหตุสลดครั้งนี้
ล่าสุดบ่ายวันนี้ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.ลำปาง ได้เดินทางไปที่ห้องประชุมตำรวจภูธรอำเภอเถิน ติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เถิน จว.ลำปาง โดยได้เชิญฝ่ายผู้เสียหาย ได้แก่ แม่-พี่สาวของผู้เสียชีวิต 2 รายคือ 1.นายณัฐวรรธน์ โพธิ์ทอง 2.นส.ชัชฎา ตันติบูลย์วงศ์ มาพูดคุยและเจรจาค่าเสียหายกับตัวแทนของผู้ต้องหา (บริษัทรถบรรทุก) และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐคือ คปภ.จว.ลำปาง
น.ส.อารีย์รัตน์ พรหมมาวัน ตลอดเจ้าหน้าที่ชำนาญการ สํานักงานคปภ.จังหวัดลําปาง เปิดเผยว่ารถคันเกิดเหตุได้ทำประกันภัยไว้กับ บริษัทวิริยะประกันภัย 2 ฉบับทั้งหัวและพ่วง และมีประกันภัยภาคสมัครใจทั้งหัวและพ่วง รวม 4 กรมธรรม์ ค่าสินไหมทดแทนฉบับละ 5 แสนบาทรวมแล้ว 2 ล้านบาท และมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้เกิดเหตุอีก ทำความคุ้มครองไว้ 2 แสนบาท รวมแล้ว จะได้รับค่าสินไหมทดแทนรายละ 2.2 ล้านบาท แต่เบื้องต้น ได้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งแสนบาท เพื่อให้ญาตินำไปประกอบพิธีศพของที่คู่ที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ก่อน ซึ่งศพได้ออกจาก รพ.เถิน มุ่งหน้าไปที่จังหวัดเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว
ด้านนางจันทร์ธิดา คำตัน อายุ 58 ปี พี่สาวของ น.ส.ชัชฎา ตันติบูลย์วงศ์ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่านอกจากผู้ก่อเหตุจะรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยแค่ตัวเงินจากบริษัทประกันแล้วจบ แต่ควรไปทบทวนการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดด้วย เพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก เมื่อมีการห้ามรถบรรทุกวิ่งช่วงนี้ก็ต้องหยุด เมื่อไม่หยุดแล้วเกิดอุบัติเหตุก็ต้องมีคนรับผิดชอบมากกว่าแค่ประกัน ควรต้องเยียวยาสำหรับเด็กอีก 1 คนที่ไร้พ่อแม่ จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
“น้องสาวตนจบวิศวะคอมพิวเตอร์ธรรมศาสตร์ น้องชายจบนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ หากเขายังอยู่ชีวิตเขาจะต้องดีขึ้นกว่านี้ มันต้องมีคนรับผิดชอบมากกว่าคนขับ กฎหมายอ่อนไปไหม เมื่อกฎหมายห้ามวิ่งก็ต้องหยุด ของที่ขนมาจำเป็นต้องใช้ในช่วงเทศกาลนี้ไหม ไม่ใช่ เฉพาะคนขับ บริษัทขนส่ง ต้องไปถึงบริษัทว่าจ้างด้วย หากไม่มีคนจ้างขน บริษัทก็ไม่ขน คนขับก็ไม่ต้องขับ ซึ่งครอบครัวจะเดินหน้าฟ้องในส่วนนี้ต่อไปคาดว่าจะเรียกค่าเยียวยา 22 ล้านบาท”
ด้าน พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.ลำปาง ได้กล่าวหลังเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บและน้องพลอยวัย 3 ขวบ ซึ่งน้องพลอยก็ร่าเริงและเล่นกับคุณย่าตามประสาเด็กว่า ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหาขับขี่รถยนต์โดยประมาททำให้ทรัพย์ผู้อื่นได้รับความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันก็ได้ดูแลในส่วนของผู้เสียหายทั้งที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยจะเป็นตัวกลางในการประสานงานช่วยเหลือ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้กำชับในเรื่องนี้ด้วย
ล่าสุดผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้กลับบ้านแล้ว ส่วนศพของผู้เสียชีวิตญาติได้นำออกจากโรงพยาบาล เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่ บ้านบวกเปา อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะพิธีรดน้ำศพในเย็นวันนี้
ส่วนการที่ผู้ต้องหาอ้างว่ารถเบรกแตกนั้น จริงหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ขนส่งตรวจสภาพรถ ว่ามีความบกพร่องจริงหรือไม่ เพราะจากข้อมูลของบริษัท ต้องรายงานการเดินรถตลอดเวลาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางว่ามีการหยุดพักรถจุดไหน เวลาไหนบ้าง และทราบว่ารถคันดังกล่าวเพิ่งเข้าตรวจสภาพเมื่อปลายเดือนมีนาคม 69 ที่ผ่านมา

