กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงสงกรานต์ปีนี้อากาศร้อนจัดที่สุดในเดือน อุณหภูมิพุ่งเกิน 42 องศาเซลเซียส เสี่ยงฮีตสโตรก พร้อมจับตาพายุฤดูร้อนช่วง 16-18 เม.ย. ขณะหลายพื้นที่ปรับตัวคลายร้อน ด้านบางจังหวัดเกิดเหตุสลด คาดอากาศร้อนเป็นปัจจัยกระตุ้น
วันนี้ (11 เม.ย.) อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 11-18 เมษายนนี้ ประเทศไทยจะเผชิญสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัด เนื่องจากการสะสมความร้อนและดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับประเทศไทย ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นระยะที่ร้อนที่สุดของเดือน
พร้อมกันนี้ ได้เตือนประชาชนที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะฮีตสโตรก และในช่วงวันที่ 16-18 เมษายน ให้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
ขณะที่หลายพื้นที่เริ่มหาวิธีคลายร้อน อย่างที่จังหวัดเลย ซึ่งอุณหภูมิแตะ 41 องศาเซลเซียสต่อเนื่องหลายวัน ประชาชนทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว ต่างพากันลงเล่นน้ำบริเวณน้ำตกแก่งเข็ม อำเภอด่านซ้าย เพื่อคลายความร้อน เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้ชุมชน
ส่วนที่จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยได้เปิดรับบริจาคน้ำดื่ม เพื่อส่งต่อให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งต้องเผชิญอากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน ล่าสุดมีการลำเลียงน้ำดื่มและอุปกรณ์จำเป็นส่งถึงฐานปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อากาศร้อนจัดยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย โดยที่จังหวัดบุรีรัมย์ เกิดเหตุชายอายุ 43 ปี พลัดตกสระน้ำเสียชีวิต คาดว่าอาจเกิดอาการช็อกจากความร้อนก่อนตกน้ำ ขณะเดียวกันยังมีกรณีผู้กำกับการ สภ.นาโพธิ์ หมดสติภายในบ้าน ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ระบุพบภาวะหัวใจผิดปกติ ซึ่งอาจมีปัจจัยจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
แม้อากาศจะร้อนรุนแรง แต่ในจังหวัดนครราชสีมา มีชายหนุ่มวัย 21 ปี วิ่งระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรตามคำบนบาน หลังจับสลากทหารได้ “ใบดำ” โดยเจ้าตัวเผยว่าจำเป็นต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว จึงตั้งใจวิ่งแก้บน แม้ต้องเผชิญทั้งแดดและความเหนื่อยล้าตลอดเส้นทาง
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงย้ำเตือนประชาชนให้ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดในช่วงอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้อง

