“เอกนัฏ” เผยเร่งสรรหาน้ำมันดิบสำรองในประเทศ ชี้ความแน่นอนคือไม่แน่นอน เตรียมแผนจัดซื้อน้ำมันแบบ G2G หากสถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุกระทบการจัดซื้อปกติ ระบุหากกองทุนรักษาสภาพคล่องได้ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน เล็งถกโรงกลั่นขอลดราคาหน้าโรงช่วยประชาชน
เมื่อเวลา 09.25 น.วันที่ 11 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีถึงสถานการณ์น้ำมันที่ราคาปรับลดลงว่า ถือเป็นข่าวดีที่มีการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าจะจบลงอย่างไร จึงต้องดูด้วยความระมัดระวัง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบลงเล็กน้อย ส่วนน้ำมันสำเร็จรูปหรือน้ำมันดีเซลที่ตขาดสิงคโปร์ในช่วง4-5 วันที่ผ่านมาปรับลดลง จาก 300 เหรียญเหลือ 200 เหรียญ คิดว่ายังสามารถปรับราคาหน้าปั๊มลงมาได้อีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงสงกรานต์มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะปรับลดลงอีกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ขณะที่ทุกคนหยุดแต่ตนไม่ได้หยุด โดยมีสองภารกิจสำคัญคือติดตามให้มีน้ำมันใช้เพียงพอในช่วงสงกรานต์ รวมถึงการสรรหาน้ำมันดิบสำรองไว้ในประเทศให้มากที่สุด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้มีน้ำมันใช้ และต้องติดตามดูราคาน้ำมันในตลาดโลก และดูสถานการณ์ความไม่แน่นอนในวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร
ส่วนกองทุนก็ทำหน้าที่ ที่จะทำได้ โดยประเมินสถานการณ์ หากราคาตลาดโลกขึ้นหรือลง เราก็ต้องปรับตาม แต่อาจจะยืดได้สักนิดนึง
เมื่อถามว่าปริมาณน้ำมันดิบที่เข้ามาในประเทศ ตอนนี้สามารถเติมมาได้เท่าไหร่ รมว.พลังงาน กล่าวว่า เท่าที่ดูเป็นไปตามคิวตามแผน โดยเดือนพ.ค.นี้เท่าเช็ค จะมีน้ำมันดิบพอตลอดทั้งเดือน ขณะที่เดือนมิ.ย.นี้เริ่มมีการสั่งซื้อในช่วงนี้ ซึ่งตนติดตามตลอดทุกวัน แต่ของแบบนี้ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน หาก สถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุขึ้นมา แม้น้ำมันดิบที่สั่งซื้อมาแล้วจากต่างประทศ และกำลังลอยอยู่บนเรือก็ไม่แน่ใจว่าจะมีการมาประมูลซ้อนหรือช่วงชิงไปหรือเปล่า จึงติดตามอยู่อย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความคืบหน้าการติดต่อขอซื้อน้ำมันจากต่างประเทศคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายเอกนัฏ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งน้ำมันที่ซื้อมาจากเดิมนั้น มาจากหลายแหล่ง หลายที่ โดยดูที่ความเหมาะสม ทั้งความหนัก ความเบา ความหวาย ความเปรี้ยว ไม่ต้องเหมาะสมกับกระบวนการผลิต และโรงกลั่นในประเทศไทยด้วย ซึ่งเราก็ดูทั่วโลก และได้คุยกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับบางกรณีอาจจำเป็น จะใช้ช่องทางกระทรวงการต่างประเทศในการจัดซื้อ ผ่านจีทูจี เพื่อให้โรงกลั่นมาใช้ได้ แต่ขณะนี้ทางรวมกันยังสามารถสรรหาซื้อน้ำมันดิบมาได้ ซึ่งเราก็ติดตามดูอยู่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ดีค่ะกระทรวงการคลังจะไม่ค้ำประกันให้กับกองทุนน้ำมัน ตรงนี้ได้คุยกับกระทรวงการคลังด้วยหรือไม่ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ต้องดูที่สถานะของกองทุนน้ำมัน ซึ่งสถานะก่อนหน้านี้ก่อนวิกฤตกองทุนน้ำมันเป็นบวก แต่หลังเกิดวิกฤตจนถึงวันนี้กองทุนติดลบเกือบ 2 หมื่นล้าน ซึ่งเดิมช่วงวิกฤตหนักสุด ขาดทุนวันละ 2,500 ล้าน ตอนนี้ดีขึ้นเยอะขาดทุนวันละหลักร้อยล้าน ฉะนั้นถ้าสถานะกองทุนอยู่ที่ประมาณตรงนี้ และกองทุนสามารถหาแหล่งเงินกู้ได้เอง ก็ค่อยพิจารณาหากยังไม่จำเป็นออกพ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังมาค้ำเงินกู้ ก็รอดูก่อน ถ้ายังสามารถบริหารสภาพคล่องได้ ก็ยังไม่ต้องไปกู้แต่ถ้าจำเป็น ก็เตรียมพร้อมรอไว้
เมื่อถามว่าจะเชิญโรงกลั่นมาหารือหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เตรียมไว้อยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ใช้หลายกลไกในการช่วยพยุงราคาน้ำมัน ไม่ใช่เฉพาะกองทุนเพียงอย่างเดียว ซึ่งทางโรงต่างเราให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นด้วย เพื่อให้โรงกลั่นแสดงความรับผิดชอบและแบ่งเบาภาระในส่วนของราคา โดยจะพิจารณาเป็นรอบๆ เพราะค่าการกลั่นขึ้นลงตามตลาดและสถานการณ์ ซึ่งวันนี้เราขอตัวเลขจริงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นว่าอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อนำมาพิจารณาปรับลดหน้าโรงกลั่น ซึ่ง 2 บาทที่ลดหน้าโรงกลั่นนั้นเป็นส่วนลดการอ้างอิงจากสิงคโปร์

