พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ
ตามปกติผม กับ ภรรยา จะออกไปกินข้าวกลางวัน/เย็น ตามร้านอาหารต่างๆ เพราะการทำอาหารดูจะเป็นเรื่องวุ่นวายไปสำหรับคนวัยนี้ ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งลูกหลานจะมาหา แต่ส่วนใหญ่ก็ออกไปทานข้างนอกอีกเช่นเดิม วันนี้ไปทานอาหารกลางวันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งไปทานประจำอยู่แล้ว พอถึงตอนเก็บตังค์ รู้สึกว่ามันแพงมาก เกือบ 800 บาท ยังไม่มีของหวาน น้ำดื่มก็เป็นน้ำเปล่า 1 ขวด ไม่ต้องพูดถึงปริมาณอาหารที่ลดลง จึงตั้งใจว่าต่อไปคงจะไปห้างฯตามเดิม แต่จะไปกินเฉพาะตามศูนย์อาหารเท่านั้น เรื่องกินตามร้านอาหารนั้น ขอเว้นวรรค ไว้ชั่วคราวได้แล้วมั้ง ในยุคนี้ควรทำอะไรที่ประหยัดไว้ก่อนน่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเอง และ ประเทศชาติด้วยครับ
ในโลกของความเป็นจริง ประเทศไทยเป็นประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์บ้าๆบอๆ ของนายทรัมป์น้อยมาก แม้น้ำมัน จะเป็นต้นทุนของการทำธุรกิจและสินค้าแทบทุกประเภท แต่เมื่อเราพิจารณาองค์ประกอบเปรียบเทียบต่างๆ ก็พอระงับสติอารมณ์ลงได้บ้าง
ดังนั้น การลดแลกแจกแถมที่รัฐมีต่อประชาชนเพราะวิกฤติ “ทรัมป์บ้า”
ครั้งนี้ จะดูว่าประเทศไหนทำดีกว่ากันต้องดู 3 เรื่องนี้ประกอบกันครับ
1.ต้องดูขนาดประเทศและจำนวนประชาชนประกอบด้วย ซึ่งพวกเรามักจะยก สิงค์โปร์ บรูไน หรือประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย มาเปรียบเทียบกับไทยตรงๆ ซึ่งก็ไม่น่าจะถูก เพราะจำนวนประชาชนแตกต่างกันมาก ประชากรน้อยๆ จะช่วยเหลืออะไรก็ทพได้สบายๆ แต่ถ้าขนาด70ล้านคนขึ้นไปนั้น รัฐบาลต้องคิดให้ดีครับ
2.ต้องดูวิธีการเก็บภาษีของประเทศเหล่านั้นประกอบด้วย ซึ่งเกือบทุกประเทศ เก็บสูงกว่าประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งประเทศที่มีสวัสดิการสังคม ยิ่งเสียมากใหญ่ 35-50% เลยทีเดียว นอกจากนั้นประเทศเหล่านั้นมีวีธีเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ การคอรัปชั่นมีน้อย ทำให้มีผู้ที่เสียภาษีมากกว่าไทยด้วย
(ไทยมีพลเมืองประมาณ 70 ล้านคน ดันเสียภาษีแค่ 11.8 ล้านคนเท่านั้น
และที่เสียจริงจังเหลืออยู่แค่ประมาณ 4 ล้านคนเอง แต่ส่วนใหญ่บอกว่า ฉันก็เสียนะ ... ก็ว่ากันไปครับ )
3. เมื่อพูดถึงภาษี ก็ต้องมาดูว่า การเก็บภาษีทางอ้อม (VAT) ของเราเป็นอย่าไร และนำมาพิจารณาประกอบด้วย ไทยเราออกกฏหมายเก็บภาษี VAT 10%มานานแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าบังคับใช้ ขอยกเว้นเรื่อยมา ยังคงใช้เก็บแค่ 7% เท่านั้น ในขณะที่ประเทศต่างๆเก็บกันสูงลิ่ว (ในสหรัฐฯเปิดเสรีให้กำหนดอัตราภาษีVATกันเองในแต่ละรัฐด้วยซ้ำ) จึงขอเอาในเอเซียมาให้ดู จีนมากสุด 13% ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ 10% สิงคโปร์ 9% ถ้าเราเก็บ 10 พี่ไทยเราจะได้เงินจากนักท่องเที่ยวมหาศาลเลยครับ
อย่างไรก็ตาม มันขึ้นอยู่กับตัวรัฐบาลด้วยครับ ว่าตั้งใจเอาเงินมาใช้เพื่อประชาชนเต็มที่หรือเปล่าด้วย ดังนั้นประชาชนสนับสนุนรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องคอยตรวจสอบรัฐบาลควบคู่ไปด้วยด้วย ครับ
พลโท นันทเดช / 10 เมษา 69

