“ดีเอสไอ” สรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ ผู้ต้องหา 11 ราย ฟอกเงินเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์ เสียหาย 4.5 พันล้านบาท ส่วน “แทนไท” ยังหลบหนีต่างประเทศ
วันนี้ (10 เม.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (9 เม.ย.) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สรุปสำนวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย ในข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยสำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย และยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย (หนึ่งในนั้น คือ นายแทนไท ณรงค์กูล)
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งได้ดำเนินคดีในความผิดมูลฐานและขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด พบว่ามีการรับโอนเงินจากการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการจัดให้ประชาชนรับชมหรือรับฟังสื่อประเภทภาพยนตร์และรายการต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือผลประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังตรวจพบว่า เครือข่ายดังกล่าวดำเนินเว็บไซต์ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลจากต่างประเทศ รวมถึงมีการแฝงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาบนหลายเว็บไซต์ แม้ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีการเชื่อมโยง (Link) ไปยังบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจารได้ และมีการแฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ และการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ (URL Redirect) เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์ อีกทั้งยังมีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจากการขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการใช้บัญชีธนาคารเพื่อโอนและรับโอนเงิน รวมถึงการแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา และอำพรางเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี และขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างเข้มข้น เพื่อติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังต่างประเทศ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

